
เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้จัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน หลังเสร็จสิ้นการประชุมนโยบายการเงินในวันพุธ (28 ต.ค.) โดยคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดมีมติด้วยคะแนนเสียง 10-2 ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.75-4.00%
กรรมการที่โหวตคัดค้านการคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ได้แก่ เบธ แฮมแมค ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ และลิซา คุก สมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟด โดยกรรมการทั้ง 2 รายลงมติให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25%
เศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่ได้ร้อนแรงเกินไป
วอร์ชกล่าวในระหว่างการแถลงข่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่ได้ร้อนแรงเกินไป แม้มีแรงกดดันด้านอุปสงค์อันเนื่องมาจากการเติบโตของการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก็ตาม โดยเขาเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้อง พร้อมกับเสริมว่า เป้าหมายของเฟด “ไม่ใช่การขัดขวางหรือชะลอ” การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
“คำถามที่ว่า เศรษฐกิจกำลังร้อนแรงเกินไปหรือไม่? เศรษฐกิจแข็งแกร่งเกินไปหรือไม่? นั่นไม่ใช่การประเมินของเพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่ของผม” วอร์ชกล่าว พร้อมเสริมว่าการเติบโตที่มีศักยภาพนั้นยากที่จะระบุได้ชัดเจน และเขาไม่เชื่อว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเงินเฟ้อและทำให้การทำงานของเฟดยากขึ้น
เตรียมร่วมรับฟังความเห็นเรื่องการจ้างงานและผลิตภาพเพื่อทบทวนมุมมอง
วอร์ชกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เขาจะเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นของคณะทำงานด้านผลิตภาพและการจ้างงานของเฟดในวันที่ 16 พ.ย.นี้ โดยการประชุมจะจัดขึ้นที่ซานฟรานซิสโก เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากบุคคลหลากหลายกลุ่มในประเด็นเรื่องเทคโนโลยีและผลิตภาพ รวมถึงผลกระทบต่อนโยบายการเงิน
วอร์ชกล่าวว่า การประชุมดังกล่าวจะสำรวจผลกระทบของผลิตภาพที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่มีต่อระบบเศรษฐกิจในระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาว
“หลายคนมีคำถามว่านี่คือปาฏิหาริย์แห่งผลิตภาพกำลังจะเกิดขึ้น หรือจะเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ กันแน่? ส่วนตัวผมเองนั้น ผมสนใจอย่างยิ่งที่จะปรับปรุงมุมมองของตนเองในคำถามนั้น” วอร์ชกล่าว
“สิ่งเหล่านี้จะทำให้มันยากขึ้นหรือง่ายขึ้นสำหรับเราในการบรรลุเสถียรภาพด้านราคาในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า? ตลอดจนคำถามที่ว่าผลกระทบต่อการจ้างงานในระยะปานกลาง ระยะยาว และระยะสั้นคืออะไร? ดังนั้นเราจะไปสำรวจประเด็นเหล่านี้ด้วยกันในเวทีสาธารณะซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 16 พ.ย.” เขากล่าวเสริม
ประกาศปรับรูปแบบการประชุม FOMC ในอนาคต
วอร์ชกล่าวว่า เฟดจะเริ่มปรับเปลี่ยนรูปแบบการประชุมในอนาคต โดยในการประชุม 8 ครั้งตามตารางปกติของปี 2570 นั้น จะมี 1 ครั้งที่เป็นการประชุมโดยไม่ลงมติเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงิน และจะมี 2 ครั้งในการประชุมปี 2571 ที่จะไม่มีการลงมติเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงิน
“เราเชื่อว่าการประชุม 8 ครั้งต่อปีเป็นจำนวนที่เหมาะสมสำหรับคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) แต่ในปี 2570 นั้น จะมีการประชุม 1 ครั้งที่มุ่งเน้นไปที่กลยุทธ์นโยบายการเงินในภาพกว้างโดยเฉพาะ ซึ่งคาดว่าจะไม่มีทั้งการลงมติเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย หรือแถลงการณ์นโยบาย”
“ส่วนการประชุมที่เหลือจะเป็นการประชุมกำหนดนโยบายตามปกติของ FOMC และผมคาดว่าในปี 2571 เราจะมีการประชุม 2 ครั้งที่เป็นการอภิปรายด้านกลยุทธ์ และการประชุมอีก 6 ครั้งที่เหลือจะเป็นการประชุมสำหรับการกำหนดนโยบายการเงิน”
“การกำหนดนโยบายอย่างถูกต้องจำเป็นต้องมีการประเมินพัฒนาการในระยะสั้นตามช่วงเวลาที่เหมาะสม สม่ำเสมอ และอุดมไปด้วยข้อมูล แต่สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือเฟดต้องสำรองเวลาและพื้นที่ในฐานะองค์กรที่มีความหลากหลายทางความคิดสำหรับการหารือเชิงกลยุทธ์ สำหรับการคิดทบทวนคำถามใหญ่ ๆ การมองไปยังกรอบเวลาที่ยาวนานขึ้น และการมุ่งเน้นไปที่ประเด็นโครงสร้างหลักดังที่ผมกล่าวไว้” วอร์ชกล่าว
ยืนยันการเมืองไม่มีผลต่อมติอัตราดอกเบี้ยของเฟด
วอร์ชกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เขารู้สึกเป็นเกียรติที่เป็นผู้นำคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด และย้ำว่า การเมืองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้ ซึ่งเป็นการตอบโต้โดยนัยต่อข้อกล่าวหาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่ระบุว่า คณะกรรมการเฟดมีอคติทางการเมืองและต่อต้านเขา
“เราเพิ่งผ่านพ้นการถกเถียงอย่างหนักหน่วงในครอบครัวเฟด ผมคิดว่าเราได้ข้อสรุปการตัดสินใจนโยบายที่ถูกต้องสำหรับช่วงเวลานี้ และผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้อยู่ตรงนี้ รวมถึงเป็นเกียรติที่ได้เป็นประธานเฟด” วอร์ชกล่าว
“การเมืองไม่ได้มีบทบาทในการตัดสินใจ ผมเพิ่งใช้เวลาสองวันกับเพื่อนร่วมงานในองค์กรเฟด ผมไม่ได้ยินการเอ่ยถึงเรื่องการเมืองแม้แต่น้อย ไม่ได้ยินการอ้างถึงการเมือง การเลือกตั้ง หรือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า” วอร์ชกล่าว
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กัลยาณี ชีวะพานิช





