ตร.ไซเบอร์คุมตัว “ชัยรัตน์” เพจ Godd Dam สอบเพิ่มเช้านี้

กองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (บก.สอท.1) ได้นำตัวนายชัยรัตน์ เรขะวัฒนะ แอดมินเพจ Godd Dam ผู้ต้องหาในคดีเผยแพร่สลิปการโอนเงินจำนวน 7 ล้านบาท เข้าบัญชีชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยระบุว่าเป็นค่าน้ำชา ถูกแจ้ง 2 ข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และใช้เอกสารปลอม มาสอบปากคำเพิ่มเติม หลังฝากคุมตัวชั่วคราวไว้ที่ สน. ทุ่งสองห้อง 

พล.ต.ต.อรุษ แสงจันทร์ รอง ผบช.สอท. ในฐานะโฆษก บช.สอท. เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าพนักงานสอบสวนได้ไปเบิกตัวผู้ต้องหาจาก สน.ทุ่งสองห้อง มาสอบปากคำเพิ่มเติม เท่าที่สอบสวนผู้ต้องหายังไม่ได้ให้การที่เป็นประโยชน์ ยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาอยู่ แต่ขณะเดียวกันเจ้าหน้าตำรวจไซเบอร์มีพยานหลักฐานอยู่แล้ว จึงขออนุมัติศาลออกหมายจับได้

ส่วนการค้นห้องพักของนายชัยรัตน์ พบโทรศัพท์มือถือและบัญชีธนาคาร ซึ่งต้องทำการสืบสวนสอบสวนต่อไป ส่วนที่มีกระแสข่าวเรื่องที่ผู้ต้องหาอ้างว่าทำน้ำหกใส่คอมพิวเตอร์นั้น จากการการสอบปากคำไม่มีประเด็นดังกล่าว

พล.ต.ต.อรุษ กล่าวถึงกรณีเพจสํานักงานสิทธิมนุษยชนหาตัวผู้ต้องหาไม่เจอว่า เมื่อวานนี้หลังจากพาผู้ต้องหาไปค้นที่บ้านพัก เมื่อค้นเสร็จก็พามาที่ สอท.1 แต่ทนายสิทธิมาไม่ทัน แล้วเข้าใจว่าตำรวจพาไปซ่อน ซึ่งข้อเท็จจริงไม่ได้พาผู้ต้องหาไปซ่อนที่ไหน เราทำตามขั้นตอนตาม พ.ร.บ.อุ้มหายอยู่แล้ว และในสอท.มีกล้องวงจรปิดตรวจสอบได้

สำหรับการสอบปากคำวันนี้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบต่อ ซึ่งระหว่างสอบสวนก็มีทนายสิทธิร่วมฟังด้วย ยืนยันการดำเนินการสอบไม่ได้ทำตามนายกรัฐมนตรี ไม่มีการเลือกปฏิบัติคดีใดเป็นพิเศษ แต่ทำตามขั้นตอนตามปกติทั่วไป ซึ่งพนักงานสืบสวนสอบสวนมีหลักฐานเพียงพอระดับหนึ่ง ทำให้ศาลเชื่อในพยานหลักฐานถึงอนุมัติหมายจับ และหากวันนี้สอบสวนเสร็จสิ้น ก็จะนำตัวไปฝากขัง และจะคัดค้านการประกันตัว ส่วนจะมีความผิดข้อหาใดเพิ่มเติมหรือไม่ ขอตรวจสอบรายละเอียดการโพสต์ย้อนหลังก่อนว่ามีประเด็นใดเพิ่มเติมอีก

วานนี้ นายชัยรัตน์ ได้เดินทางไปพบตำรวจที่ สน.บางเขน และขอลงบันทึกประจำวันแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้หลบหนี ก่อนเดินทางต่อไปยังกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.สอท.1) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการขอออกหมายจับในเรื่องการเผยแพร่สลิปโอนเงินดังกล่าว

จากนั้น ในช่วงบ่าย ทางตำรวจชุดสืบสวนได้ดำเนินการแสดงหมายจับของศาลอาญา ใน 2 ข้อกล่าวหา ได้แก่ 

1. ข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (1) (2) ฐานทุจริตหรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน หรือต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน

2. ปลอมเอกสาร ปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา ตำรวจได้ควบคุมตัวนายชัยรัตน์ ไปตรวจค้นห้องพักย่านบางเขน แต่ไม่พบคอมพิวเตอร์ที่ใช้ เนื่องจากนายชัยรัตน์ได้นำไปทิ้งเพราะทำน้ำหกใส่ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดเอกสารจำนวนหนึ่งไว้เป็นของกลาง ก่อนนำตัวไปสอบปากคำต่อที่ บก.สอท.1 และนำตัวมาฝากขังไว้ที่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง

โดย ตรฦ/รัชดา คงขุนเทียน