
แดน ยอร์เกนเซน กรรมาธิการยุโรปด้านพลังงานและที่อยู่อาศัย เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดี (29 ต.ค.) ว่า กลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ยืนยันความพร้อมในการเร่งระบายน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์รวม 42.6 ล้านบาร์เรลออกสู่ตลาดในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยเกือบครึ่งหนึ่งเป็นน้ำมันดีเซล เพื่อรับมือกับวิกฤตพลังงาน
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังการประชุมรัฐมนตรีพลังงานของ EU ที่ประเทศลักเซมเบิร์ก เพื่อร่วมหารือแนวทางรักษาความมั่นคงทางพลังงานก่อนเข้าสู่ฤดูหนาว ตลอดจนการรับมือกับราคาพลังงานที่พุ่งสูง และการออกมาตรการเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับอุปทานน้ำมันดีเซล
ยอร์เกนเซนให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนภายหลังการประชุมว่า ประเทศสมาชิก EU ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมยืนยันพันธสัญญาอีกครั้ง ในการเร่งระบายน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์จำนวน 42.6 ล้านบาร์เรลลงสู่ตลาด
พร้อมกันนี้ กรรมาธิการยุโรปยังได้กล่าวเตือนว่า EU กำลังเผชิญกับฤดูหนาวที่ยากลำบาก แม้ในขณะนี้จะยังไม่พบปัญหาขาดแคลนพลังงานในระดับวิกฤต แต่ยอมรับว่าสถานการณ์โดยรวมยังคงเป็นภาระหนักสำหรับประชาชนที่ต้องแบกรับค่าพลังงานที่สูงขึ้น
ปัจจุบัน ราคาน้ำมันดีเซลทั่ว EU ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง โดยรายงานสถานการณ์น้ำมันรายสัปดาห์ฉบับล่าสุดของคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ระบุว่า ราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกเฉลี่ยใน EU ณ วันที่ 26 ต.ค. พุ่งขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 2.15 ยูโร (ราว 2.4 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อลิตร หรือปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 35% เมื่อเทียบกับช่วงปลายเดือนก.พ. ก่อนที่จะเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ก่อนหน้านี้ในเดือนมี.ค. ประเทศสมาชิกองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ได้มีมติร่วมกันในการระบายน้ำมันสำรองฉุกเฉินรวม 400 ล้านบาร์เรล เพื่อบรรเทาผลกระทบจากอุปทานน้ำมันที่หยุดชะงัก อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในพื้นที่ตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ ตลาดพลังงานโลกยังคงเผชิญแรงกดดันจากความตึงเครียดที่ดำเนินอยู่ในตะวันออกกลาง โดย IEA ระบุในรายงานตลาดน้ำมันประจำเดือนต.ค.ว่า ตลาดน้ำมันดีเซลทั่วโลกยังคงตึงตัว เนื่องจากอุปทานที่หยุดชะงักเป็นเวลานานจากตะวันออกกลางและรัสเซีย ส่งผลให้สต็อกน้ำมันสำรองลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลในยุโรปและภูมิภาคอื่น ๆ ยังคงปรับตัวสูงขึ้น
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





