
ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นในวันนี้ และมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน หลังเกิดเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันจากสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ซึ่งดำเนินเข้าสู่เดือนที่ 8
ณ เวลา 20.04 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) [WTI.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. บวก 2.01 ดอลลาร์ หรือ 1.97% สู่ระดับ 104.01 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. บวก 2.41 ดอลลาร์ หรือ 2.10% สู่ระดับ 117.29 ดอลลาร์/บาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์มีแนวโน้มพุ่งขึ้น 13% ในเดือนนี้ ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) มีแนวโน้มทะยานขึ้น 15%
ศูนย์ปฏิบัติการทางการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร (UKMTO) รายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งในช่องแคบฮอร์มุซ ถูกโจมตีด้วยวัตถุระเบิดที่ติดตั้งไว้กับเรือขนาดเล็กในวันนี้ โดยยังไม่ทราบว่าฝ่ายใดอยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้
กลุ่มฮูตีประกาศว่าได้โจมตีเป้าหมายหลายแห่งในซาอุดีอาระเบีย รวมทั้งโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ เช่น ราส ทานูรา โรงกลั่นน้ำมันราบิก และโรงงานผลิตน้ำมันในเมืองอับไกก์ ซึ่งเป็นของซาอุดี อารัมโก
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ติดต่อไปยังอิหร่านเพื่อให้ความช่วยเหลือในการจัดส่งเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ให้แก่ชาวอิหร่าน โดยนายแวนซ์ได้ส่งจดหมายถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคงของอิหร่าน เพื่อรื้อฟื้นการเจรจาสันติภาพ
สำนักข่าวทัสนิม ซึ่งเป็นสำนักข่าวกึ่งทางการของอิหร่าน รายงานว่า อิหร่านได้รับจดหมายจากนายแวนซ์แล้ว แต่ยังไม่ได้ตอบกลับ พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า อิหร่านต้องการให้สหรัฐปฏิบัติตามเงื่อนไขของอิหร่าน และ “จุดยืนใดก็ตามที่ขัดแย้งกับเงื่อนไขนี้ถือเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้”
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันอาจเผชิญความผันผวนมากยิ่งขึ้นในช่วงสองสัปดาห์ข้างหน้า อันเนื่องจากผลการเลือกตั้งรัฐสภาของอิสราเอลที่ไม่มีฝ่ายใดครองเสียงข้างมาก และการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในวันที่ 3 พ.ย.
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ





