ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลลาร์อ่อนค่าหลังบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ร่วง ขณะเยนแข็งต่อเนื่องวันที่ 3

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ (30 ต.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลง ขณะที่เงินเยนแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 หลังธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงอัตราดอกเบี้ย แต่ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อและส่งสัญญาณพร้อมขึ้นดอกเบี้ยในระยะต่อไป

ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.16% แตะที่ระดับ 101.878

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงสู่ระดับ 157.37 เยนในวันศุกร์ จาก 157.96 เยนในวันพฤหัสบดี และอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.8236 ฟรังก์สวิส จาก 0.8264 ฟรังก์สวิส รวมถึงอ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.3956 ดอลลาร์แคนาดา จาก 1.3986 ดอลลาร์แคนาดา

ส่วนยูโรแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.1167 ดอลลาร์สหรัฐในวันศุกร์ จาก 1.1162 ดอลลาร์สหรัฐในวันพฤหัสบดี ขณะที่เงินปอนด์อังกฤษแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3394 ดอลลาร์สหรัฐ จาก 1.3361 ดอลลาร์สหรัฐ

BOJ มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25% ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้อย่างกว้างขวางในวันศุกร์ อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางส่งสัญญาณว่านโยบายการเงินได้เข้าสู่ระยะใหม่ที่มีแนวโน้มเข้มงวดมากขึ้น โดยพร้อมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ทุก ๆ 2-3 เดือน

การประชุม BOJ เป็นการปิดฉากสัปดาห์แห่งการประชุมธนาคารกลางหลายแห่ง โดยธนาคารกลางยุโรป (ECB) ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และธนาคารกลางนิวซีแลนด์ ต่างมีมติคงอัตราดอกเบี้ย ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูงและภาวะการเงินที่ตึงตัวขึ้น

เงินยูโรอ่อนค่าลงในวันศุกร์ และปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันในเดือนต.ค. โดยเงินยูโรแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2568 เมื่อวันพฤหัสบดี หลัง ECB มีมติคงอัตราดอกเบี้ย พร้อมส่งสัญญาณว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นทำให้ภาวะการเงินตึงตัวขึ้น ซึ่งในช่วงแรกส่งผลให้เทรดเดอร์ลดการคาดการณ์ที่ว่า ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.

สัปดาห์หน้า นักลงทุนจะจับตาการประชุมของธนาคารกลางอังกฤษและธนาคารกลางออสเตรเลีย

เงินปอนด์แข็งค่าขึ้น 0.15% สู่ระดับ 1.3396 ดอลลาร์ ขณะที่ดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้น 0.09% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ สู่ระดับ 0.70345 ดอลลาร์ โดยทั้งสองสกุลเงินมีแนวโน้มปิดเดือนต.ค. ในแดนบวก

โดยปกติแล้ว ดอลลาร์สหรัฐมักได้รับแรงหนุนเมื่อนักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากการลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มีน้ำหนักมากกว่า

ผลประกอบการของ Alphabet, Amazon และ Intel ในสัปดาห์นี้ทำให้ความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลับมาอีกครั้ง และเป็นชนวนให้เกิดแรงเทขายหุ้นเทคโนโลยีในวันศุกร์

นักวิเคราะห์รายหนึ่งระบุว่า เงินยูโรได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนเทขายหุ้นเทคโนโลยี ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการลงทุนด้าน AI ซึ่งส่งผลกดดันให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจยูโรโซนยังเติบโตช้ากว่าสหรัฐฯ จึงมีความเป็นไปได้ว่าแรงหนุนที่ทำให้เงินยูโรแข็งค่าขึ้นในช่วงนี้อาจไม่ยั่งยืน

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช

ข่าวล่าสุด