ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเล็กน้อยในวันศุกร์ (30 ต.ค.) โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้น AstraZeneca ส่งผลให้ดัชนี FTSE 100 ปรับตัวขึ้นเป็นเดือนแรกในรอบ 3 เดือน หลังนักลงทุนขานรับการประกาศงบประมาณของรัฐบาลอังกฤษที่มีมาตรการขึ้นภาษีไม่รุนแรงเท่าที่คาดการณ์ไว้
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,729.78 จุด เพิ่มขึ้น 7.71 จุด หรือ +0.07% และปรับตัวขึ้นมากกว่า 1% ในเดือนต.ค.
หุ้น AstraZeneca พุ่งขึ้น 7% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นรายวันที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบ 1 ปี หลังบริษัทเวชภัณฑ์สัญชาติอังกฤษ-สวีเดนประกาศแผนปรับโครงสร้างองค์กร โดยคาดว่าจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และสนับสนุนเป้าหมายระยะยาวของบริษัท รวมถึงการลงทุนพัฒนายาใหม่ ๆ
ดัชนีหุ้นกลุ่มเภสัชภัณฑ์โดยรวมปรับตัวขึ้น 5.1% ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายเดือนมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.
หุ้นกลุ่มธนาคารเป็นปัจจัยถ่วงดัชนี FTSE 100 มากที่สุดในการซื้อขายวันศุกร์ โดยหุ้น NatWest ร่วงลงเกือบ 9% หลังธนาคารคาดการณ์รายได้ดอกเบี้ยในอนาคตต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้
หุ้นกลุ่มเหมืองแร่โลหะมีค่าและโลหะอุตสาหกรรมปรับตัวลง 5.3% และ 2.9% ตามลำดับ สอดคล้องกับราคาทองคำและทองแดงที่ลดลง
หุ้น BP ปรับตัวขึ้น 0.5% หลังบริษัทเปิดเผยกำไรสุทธิรายไตรมาสสูงเป็นประวัติการณ์
ก่อนหน้านี้ในสัปดาห์นี้ จอห์น ฮีลีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอังกฤษ ได้ประกาศงบประมาณฉบับแรก โดยปรับขึ้นภาษีธนาคารและธุรกิจการพนันน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทในกลุ่มดังกล่าวปรับตัวขึ้น
หุ้นกลุ่มอากาศยานและกลาโหมเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในสัปดาห์นี้ หลังฮีลีย์ระบุว่า รัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณสำหรับแผนกลาโหมด้วยการปรับลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายในกระทรวงอื่น ๆ
หุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นปรับตัวขึ้นในการซื้อขายวันศุกร์ โดยหุ้น British American Tobacco เพิ่มขึ้น 1.7% และหุ้น Unilever ปรับตัวขึ้น 2.1%
ข้อมูลเศรษฐกิจระบุว่า เงินเฟ้อของอังกฤษในเดือนก.ย. เพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้ตลาดยิ่งเชื่อมั่นว่า ธนาคารกลางอังกฤษจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนพ.ย.
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





