
น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้บริโภคเป็นเรื่องเร่งด่วน โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยต่อประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากการซื้อสินค้าหรือบริการ และมุ่งให้ประชาชนได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ที่ผ่านมา รัฐบาลได้เดินหน้าปรับปรุงและผลักดันการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ เพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้บริโภค และยกระดับกลไกการคุ้มครองให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
“การคุ้มครองผู้บริโภคในปัจจุบัน ต้องดำเนินการให้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งการพัฒนากฎหมาย การป้องกันการถูกเอารัดเอาเปรียบ การรับเรื่องร้องทุกข์ การช่วยเหลือผู้เสียหาย และการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ การหารือร่วมกับ กทม. ในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งมิติที่รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อน เพื่อให้การคุ้มครองสิทธิไม่หยุดอยู่เพียงในระดับนโยบาย แต่ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการ และได้รับความช่วยเหลือได้จริงในชีวิตประจำวัน” น.ส.ศุภมาสกล่าว
พร้อมระบุว่า การกระจายภารกิจด้านการคุ้มครองผู้บริโภคให้แก่หน่วยงานท้องถิ่น โดยเฉพาะ กทม. จะช่วยเพิ่มช่องทางการให้บริการแก่ประชาชน เนื่องจาก กทม. มีสำนักงานเขต และเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้ชิดประชาชน สามารถช่วยรับเรื่องร้องทุกข์ ให้คำปรึกษา และประสานการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้ ช่วยลดภาระการเดินทาง ลดขั้นตอนการติดต่อหน่วยงาน และทำให้ประชาชนเข้าถึงความช่วยเหลือได้สะดวกยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม สคบ. พร้อมสนับสนุนการทำงานของท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านองค์ความรู้ทางกฎหมาย แนวทางปฏิบัติงาน การพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ และการใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการทำงานร่วมกัน หากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ยังมีข้อสงสัยหรือต้องการความรู้เพิ่มเติม สคบ. พร้อมให้คำแนะนำและถ่ายทอดประสบการณ์ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างถูกต้องตามอำนาจหน้าที่และมีมาตรฐานเดียวกัน
นอกจากนี้ สคบ. ได้นำ “ระบบต้นแบบระบบร้องทุกข์ผู้บริโภคกรุงเทพมหานคร” มาเป็นเครื่องมือสนับสนุนการบูรณาการทำงาน โดยมุ่งพัฒนาการรับเรื่อง การประสานงานระหว่างหน่วยงาน และการติดตามความคืบหน้าของเรื่องร้องเรียนให้เป็นระบบ โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อช่วยลดความล่าช้าและป้องกันปัญหาเรื่องร้องทุกข์ตกหล่น พร้อมเปิดโอกาสให้ กทม. สามารถเรียนรู้และพัฒนากระบวนการทำงานร่วมกับ สคบ. อย่างต่อเนื่อง
“เป้าหมายของเราคือ เมื่อประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการซื้อสินค้าหรือบริการ ต้องมีช่องทางขอความช่วยเหลือที่เข้าถึงง่าย และสามารถติดตามความคืบหน้าได้ ไม่ว่าจะติดต่อผ่าน สคบ. หรือหน่วยงานในพื้นที่ ทุกช่องทางต้องเชื่อมโยงกันได้ การกระจายอำนาจจึงไม่ใช่การผลักภาระให้ท้องถิ่น แต่เป็นการเพิ่มศักยภาพการให้บริการ โดยมี สคบ. คอยสนับสนุนด้านกฎหมาย ระบบงาน และองค์ความรู้ เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและเป็นธรรม” น.ส.ศุภมาสกล่าว
พร้อมย้ำว่า รัฐบาลจะเดินหน้าพัฒนากลไกการคุ้มครองผู้บริโภคควบคู่กัน ทั้งด้านกฎหมาย และการให้บริการ โดยมุ่งให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิของตนเองได้ง่ายขึ้น มีหน่วยงานที่พึ่งพาได้เมื่อเกิดปัญหา และได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การคุ้มครองผู้บริโภคเกิดผลเป็นรูปธรรมและครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม
ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการซื้อสินค้าหรือบริการ สามารถร้องเรียน และขอคำปรึกษาได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ www.ocpb.go.th หรือ สคบ. จังหวัดทั่วประเทศ โดยควรเก็บหลักฐานการซื้อขายและเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้ เพื่อประกอบการตรวจสอบและประสานความช่วยเหลือ
โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์





