
BAY คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ เคลื่อนไหวในกรอบ 33.50-34.00 บาท/ดอลลาร์ โดยตลาดจับตาการเลือกตั้งกลางเทอมและตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ขณะที่ กนง. มีมติเอกฉันท์คงดอกเบี้ยที่ 1.00% แต่เริ่มแสดงท่าทีเข้มงวดมากขึ้น หนุนโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยในระยะกลาง
กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.50-34.00 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าเล็กน้อยที่ 33.69 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 33.66-33.84 บาท/ดอลลาร์ โดยแตะระดับอ่อนสุดรอบ 3 เดือนในช่วงแรก
เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับยูโร และเยน ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.75-4.00% ตามคาด หลังจากปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนก.ย. อย่างไรก็ดี ในการประชุมครั้งนี้ มีกรรมการ 2 ราย ที่สนับสนุนให้ปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม โดยในภาพรวมการคงดอกเบี้ยรอบนี้ มีลักษณะเป็นเพียงพักการขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าการส่งสัญญาณสิ้นสุดวัฏจักรการคุมเข้มนโยบาย
ด้านธนาคารกลางยุโรป (ECB) คงดอกเบี้ยที่ 2.50% โดยเงินยูโรลดช่วงลบ หลังประธาน ECB ส่งสัญญาณว่ามีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยต่อ ส่วนธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25% และระบุว่าดอกเบี้ยยังอยู่ต่ำกว่าระดับเป็นกลาง เปิดทางสำหรับการปรับขึ้นเพิ่มเติม ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทย 460 ล้านบาท แต่ขายพันธบัตร 2,593 ล้านบาท
สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ BAY คาดว่า ตลาดจะให้ความสนใจกับการเลือกตั้งกลางเทอม และข้อมูลจ้างงานเดือนตุลาคมของสหรัฐฯ หลังประธานเฟดเน้นย้ำว่า มุ่งมั่นที่จะนำอัตราเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% พร้อมชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯยังแข็งแกร่ง แต่ยอมรับว่าสภาวะการเงินตึงตัว โดยประธานเฟดมองว่า กระแสการลงทุนด้าน AI ก็ไม่ได้รอดพ้นจากผลกระทบของอัตราดอกเบี้ยที่สูงเช่นกัน ท่าทีดังกล่าวสะท้อนว่า เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยอีกเพียง 1 ครั้ง
ทั้งนี้ ตัวเลขบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาส 3 ยังเติบโตได้ดี จากแรงหนุนของ AI ผ่านทั้งการใช้จ่ายและการลงทุน อนึ่ง เราคาดว่า หากความเชื่อมั่นต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอ่อนแรงลง และคะแนนความนิยมของพรรคเดโมแครตพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ค่าเงินดอลลาร์ และผลตอบแทนพันธบัตรอาจพักตัวได้บ้าง
สำหรับภาพรวมในประเทศไทย คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงดอกเบี้ยด้วยมติเอกฉันท์ ขณะเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง การใช้จ่ายภาคครัวเรือนถูกกดดันจากหนี้สูง และสินเชื่อ SME ยังหดตัว อีกทั้งเงินเฟ้อไม่ร้อนแรงพอให้รีบขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ธุรกิจส่วนใหญ่ ยังไม่มีแผนขึ้นราคาสินค้าเพิ่มเติมในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม ท่าทีของ กนง. เริ่มเข้มงวดมากขึ้น และแสดงความกังวลจากผลข้างเคียงของดอกเบี้ยต่ำยาวนาน เราคาดว่าดอกเบี้ยนโยบายจะถูกตรึงไว้ที่ 1.00% ในช่วงสั้น แต่โอกาสปรับขึ้นในระยะกลางเพิ่มสูงขึ้น
โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์





