
ค่าเงินบาท [USDTHB.X] เปิดตลาด อยู่ที่ระดับ 33.71 บาท/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ปิดตลาดที่ระดับ 33.75 บาท/ดอลลาร์
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้แข็งค่าเทียบกับท้ายตลาด เนื่องจากดอลลาร์ปรับตัวอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินส่วนใหญ่ หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมาราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับลงแรง ขานรับข่าวการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
ทั้งนี้ ในภาพรวมตลาดรอติดตามผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ซึ่งจะรู้ผลในวันพรุ่งนี้
นักบริหารเงิน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 33.60-33.85 บาท/ดอลลาร์
SPOT ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 33.7100 บาท/ดอลลาร์
*ปัจจัยสำคัญ
– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 157.91 เยน/ดอลลาร์ ทรงตัวในระดับเดียวจากเย็นวานนี้ เนื่องจากตลาดญี่ปุ่นปิดทำการ
– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1190 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1210 ดอลลาร์/ยูโร
– อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 33.785 บาท/ดอลลาร์
– สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) รายงานดัชนีราคาส่งออกและดัชนีราคานำเข้าของไทย เดือนก.ย. 69 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากความกังวลด้านอุปทานและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ผลักดันราคาพลังงานและวัตถุดิบ ประกอบกับต้นทุนชิ้นส่วนการผลิตที่อยู่ในระดับสูงและความต้องการสินค้าเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) และโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล
– อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ความตึงเครียด อิหร่านและสหรัฐอเมริการะลอกใหม่ว่า ยังมีความไม่แน่นอนว่าจะเกิดความรุนแรงหรือไม่ แต่หากเกิดเหตุปะทะขึ้นจริง ส่งผลกระทบมากต่อราคาน้ำมันและพลังงานในตลาดโลก เนื่องจากในปลายปีต่อเนื่องฤดูหนาว เป็นช่วงที่มีความต้องการใช้พลังงานในฝั่งซีกโลกตะวันตกสูงอยู่แล้ว การหยุดชะงักของอุปทานพลังงานจะดันให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นทันที ส่งผลต่อเนื่องให้เกิดภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นมา
– “ฝ่ายความมั่นคง” ยืนยันไทยเตรียมพร้อมทุกมิติ ทั้งอพยพคนไทย สำรองพลังงาน ชี้สถานการณ์ “สหรัฐ-อิหร่าน” ยังเปราะบางหลัง 2 ชาติ สื่อสารทั้งบวกและลบ ระบุยุโรป-เอเชียแห่เตือนประชาชนตุนอาหาร สมช.นัดหารือสัปดาห์นี้ ทอ.ยอมรับสถานการณ์เสี่ยงสูง นายกฯ ชี้โลกต้องการความมั่นคงอาหาร เสนอ ครม.สัญจร ดันวาระแห่งชาติด้านเกษตร
– ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก เปิดเผยว่า แนวโน้มราคาทองคำระยะสั้น คาดว่า ยังคงอยู่ในช่วงขาลงอย่าง ต่อเนื่องและมีโอกาสปรับตัวลดลงได้อีก ประเมินว่าราคาทองคำแท่งในประเทศจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 61,500-63,000 บาท ต่ำสุดในรอบ 1 ปี ซึ่งถือเป็นช่วงราคาที่น่าสนใจสำหรับการทยอยเข้าซื้อสะสม โดยเฉพาะถ้าอยู่ในช่วง 61,000-62,000 บาท
– รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่า การหารือระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ โดยมีกาตาร์และปากีสถานเป็นตัวกลางกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้นมาก โดยทุกอย่างขึ้นอยู่กับเจตจำนงทางการเมืองของสหรัฐฯ
– สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันจันทร์ (2 พ.ย.) หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ชะลอตัวลง ขณะที่นักลงทุนจับตาการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ รวมทั้งตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
– สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นในวันจันทร์ (2 พ.ย.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันที่ร่วงลงกว่า 7% ซึ่งช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ขณะที่นักลงทุนติดตามการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ และจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
– ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ วันนี้ ได้แก่ ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือนก.ย. และยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนก.ย.
– นักลงทุนจับตาการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในวันนี้ ซึ่งจะเป็นตัวตัดสินว่าพรรคเดโมแครตจะสามารถชิงเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรคืนจากพรรครีพับลิกันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้หรือไม่ โดยพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาในช่วงสองปีแรกของวาระการดำรงตำแหน่งของทรัมป์
– นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ (6 พ.ย.) โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 63,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. หลังจากเพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนต.ค.จะทรงตัวที่ระดับ 4.2%
โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/รัชดา คงขุนเทียน





