
สมช. ผนึกกำลังส่วนราชการและภาควิชาการ ประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง วาง 4 ฉากทัศน์รองรับ ยืนยันประเทศไทยยังอยู่วงรอบนอก ย้ำอาหารและพลังงานเพียงพอ ประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนกเร่งกักตุนสินค้า
พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แถลงผลประชุมส่วนราชการและภาควิชาการที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาและแผนรับรองสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากปัญหาความมั่นคงในตะวันออกกลางว่า เพื่อความไม่ประมาท สมช.ได้เตรียมความพร้อมของแผนและแนวทางการปฏิบัติ โดยมี 4 ฉากทัศน์ด้วยกัน และมีความเป็นได้ของแต่ละฉากทัศน์ รวมทั้งการรองรับกับฉากทัศน์ที่ได้กำหนดขึ้น ซึ่งทั่วๆไปแล้วหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีแผนของตัวเองอยู่แล้ว แต่วันนี้ให้แต่ละหน่วยงานมารับทราบฉากทัศน์ที่สมช.กำหนดขึ้น และทำแผนในรายละเอียดเพื่อรองรับฉากทัศ์ดังกล่าว
โดยปกติทางสมช.มีแผนเตรียมพร้อมแห่งชาติ ในการรับมือกับวิกฤตตามลำดับขั้นจากเบาไปหนัก แต่ในครั้งนี้ด้วยสภาวะที่ผันผวน สถานการณ์ที่ส่งผลกระทบจากภาวะสงครามในหลายๆพื้นที่ ทำให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง เราจึงได้เตรียมการในส่วนที่เกี่ยวข้องในทุกๆหน่วย ไม่ว่าจะเป็นด้านพลังงาน อาหาร
นอกจากนี้ จะมีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (ศปก.สมช.) เพื่อจะร่วมงานกับภาควิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัยต่างๆ และหน่วยงานต่างๆ เพื่อติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา และปรับปรุงแผนในการดำเนินการเพื่อรองรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นตลอดเวลา
ในส่วนการแจ้งเตือนประชาชนนั้น สมช.ได้เชิญกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กรมประชาสัมพันธ์มาเตรียมการ หากว่ามีเรื่องใดที่จำเป็นต้องแจ้งเตือนประชาชนจะทำให้เร็วที่สุด และให้ประชาชนรับทราบสถานการณ์อย่างถูกต้องและเหมาะสมที่สุด และขอให้ประชาชนรับทราบข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือจากส่วนราชการต่างๆที่จะทยอยให้ข้อมูลที่จำเป็นต้องให้ประชาชนรับทราบและเตรียมตัว
แม้สถานการณ์ในโลกจะเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต มีสงครามเกิดในพื้นที่ต่างๆหลายพื้นที่ และใหญ่ๆก็สองพื้นที่ แต่เรื่องดังกล่าวยังห่างไกลประเทศไทย ไทยอาจอยู่ในวงรอบที่ 3 ด้วยซ้ำ
“ในปัจจุบันยังอยู่ในห้วงการเตรียมการของส่วนราชการที่รับผิดชอบ รวมทั้งภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เขาได้เตรียมการตามภาระหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานไว้แล้ว มีบางส่วนที่อาจจะเป็นวิกฤตบ้างก็ได้วางแผนเตรียมการ เพื่อให้เรื่องดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประชาชน”พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าว
สำหรับในส่วนของการเตรียมเสบียงอาหารนั้น ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยืนยันว่า มีการเตรียมข้าวเกินกว่าที่ใช้บริโภคอยู่แล้ว รวมไปถึงไก่และสินค้าอุปโภคประเภทต่างๆ แต่มีเพียงบางสินค้าที่ยังมีประมาณไม่สมดุล เช่น ผลิตภัณฑ์นม หรือน้ำมันที่ใช้ปรุงอาหาร ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะไปเตรียมแผนหากเกิดสถานการณ์ใดเกิดขึ้น จะไม่ส่งผลให้สินค้าอุปโภคบริโภคขาดแคลน
“ถ้าประชาชนจะสำรองอาหารให้กับครอบครัวก็กระทำได้บ้าง แต่ถามว่าจำเป็นหรือไม่ คงไม่จำเป็นขนาดนั้น ยังมีทางรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสำรองอาหารและเตรียมแผนต่างๆไว้รองรับ”พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าว
พล.อ.ชัยพฤกษ์ ยืนยันว่า ประเทศไทยก็ถือเป็นครัวโลก และเป็นประเทศส่งออกเกษตรกรรมอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเป็นจุดแข็งของเรา ซึ่งเราก็มีการเตรียมพร้อมรองรับในเรื่องดังกล่าว ซึ่งในอนาคตเพือให้เกิดความมั่นใจมากขึ้น เราจะเสนอเรื่องคลังสำรองอาหารสำหรับประเทศ แต่อาจต้องใช้เวลาในการดำเนินการ
*ประเมินผลกระทบทางตรง-ทางอ้อม
นายพิชญเดช โอสถานนท์ โฆษกสมช. กล่าวว่า ที่ประชุมมีการประเมินไว้ 4 ฉากทัศน์ ต่ำสุดไปถึงดีที่สุด คือ เราอยากเห็นสันติภาพเกิดขึ้น มีการเจรจาแต่ก็มีการประเมินถึงสถานการณ์เลวร้ายหรือเหตุการณ์ที่ยืดเยื้อ และขยายวง และประเทศไทยจะได้รับผลกระทบอะไร ซึ่งแบ่งออกเป็น
ผลกระทบทางตรง
– ความปลอดภัยของแรงงานไทยและพลเมืองไทยที่พำนักและประกอบอาชีพอยู่แถบตะวันออกกลาง คือ ผลกระทบทางตรงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องได้รับผลกระทบแน่นอน ดังนั้น รัฐบาลและ สมช. ให้ความสำคัญกับประเด็นดังกล่าวเป็นลำดับแรก
ทั้งนี้ หากสถานการณ์เลวร้ายลง เรามีการเตรียมการให้กระทรวงการต่างประเทศ มีความพร้อมให้ร่วมกับหน่วยความมั่นคง โดยกองทัพมีการเตรียมแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน แผนอพยพให้การช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ทันท่วงที หากมีสถานการณ์ความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น
– เส้นทางการเดินเรือพาณิชย์ไทยในตะวันออกกลาง โดยให้หน่วยต่างๆ ทั้งหน่วยข่าว หน่วยความมั่นคง ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงผลการเลือกตั้งในสหรัฐอเมริกาด้วย ว่า จะมีผลกระทบมากน้อยเพียงใด
ผลกระทบทางอ้อม
– ด้านเศรษฐกิจและพลังงาน เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งอาจส่งผลให้ราคาพลังงานในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ก่อให้เกิดผลกระทบเป็นห่วงโซ่ ทั้งต้นทุน การขนส่ง ต้นทุนการผลิต ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ตลอดจนต้นทุนราคาสินค้าเกษตรต่างๆ ซึ่งในวันนี้ได้ซักซ้อมหน่วยงานต่างๆ ยกระดับการเตรียมการขึ้นมา ซึ่งมีความพร้อมเต็มที่ เช่น กระทรวงพลังงานมีกลไกสำรองน้ำมันเพียงพอถ้าเกิดวิกฤตขึ้น และมีการพัฒนาสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ มีการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงมีแผนเผชิญเหตุภายใต้แผนเตรียมพร้อมและบริหารวิกฤต
ในส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้ความมั่นใจในที่ประชุมว่า มีการตั้งวอร์รูม เพื่อมอนิเตอร์สถานการณ์ตลอดเวลา รวมถึงมีการเตรียมพร้อมรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสินค้าเกษตร หาแหล่งทดแทนปุ๋ยเคมี และจะมีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรในการลดต้นทุนการผลิตต่างๆ โดยใช้พลังงานทดแทน
โฆษกสมช. ยืนยันว่า ไข่ ไก่ ข้าว เนื้อสัตว์มีเพียงพอ กระทรวงเกษตรฯ ประเมินว่าประเทศไทยแทบจะไม่ได้รับผลกระทบถ้ามีวิกฤต เพราะมีแหล่งวัตถุดิบเพียงพอ รวมถึงปัจจัยการผลิตด้วย
*เฝ้าระวังความเสี่ยงด้านไซเบอร์
นายพิชญเดช กล่าวว่า ปัจจุบันยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่า ไทยตกเป็นเป้าหมายการโจมตีโดยตรง แต่สำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (สกมช.) มอนิเตอร์ทุกวัน หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น สมช.จะประชุมยกระดับและเป็นเจ้าภาพแทน
สำหรับการเตรียมความพร้อมในการประสานระหว่างหน่วยงาน เรื่องนี้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นหลักในการดูแลภัยความมั่นคงต่างๆ ซึ่งก็ให้ความมั่นใจระบบการแจ้งเตือนเหตุวิกฤตผ่าน Cell Boardcast มีการประสานแจ้งเตือนทั้งระดับนโยบายและพื้นที่และเตรียมมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบด้านต่างๆ มีการบูรณาการข้อมูลผ่านศูนย์ข้อมูลเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ รวมทั้งมีการเตรียมระบบสื่อสารในภาวะวิกฤตไว้แล้ว
“ขอให้มั่นใจว่า นี่เป็นการเตรียมการในภาวะปกติ แต่ถ้าจะยกระดับเมื่อไหร่ สมช.พร้อมเสมอ และจะแจ้งเตือนให้ประชาชน แต่การเตรียมพร้อมและการแจ้งเตือนเป็นคนละประเด็น อันนี้เป็นการประชุมในภาวะปกติ แต่เป็นการประชุมเพื่อ เตรียมพร้อมให้ทุกหน่วย เมื่อภาครัฐมีความพร้อม มีแผนพร้อม ภาครัฐจะได้มีกำลังในการไปช่วยประชาชน ประเทศไทยจะได้พร้อมรับภัยต่างๆที่จะเกิดขึ้นในโลกนี้” นายพิชญเดช กล่าว
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน





