ผบ.ตร. สั่งเช็คบิล “มูลนิธิ-องค์กร-อินฟลูฯ” เปิดรับบริจาคลวงโลก ล่าสุด ปอศ. อายัดทรัพย์ “บุ๋ม ปนัดดา” แล้ว

พล.ต.ต. ศิริวัฒน์ ดีพอ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กล่าวถึงกรณี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย สั่งการให้ตรวจสอบ จัดระเบียบ และใช้มาตรการทางกฎหมายกับมูลนิธิ องค์กร หรือบุคคลมีชื่อเสียงที่หลอกลวงประชาชนด้วยการเปิดรับบริจาค ว่า พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้ตำรวจทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ ไปประสานงานกับฝ่ายปกครอง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร่วมสืบสวนและตรวจสอบ มูลนิธิ องค์กร กลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัย หากพบว่าเป็นการหลอกลวง ฉ้อโกงประชาชน เปิดรับบริจาคและนำเงินไปใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์ ก็ให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด

โฆษก ตร. กล่าวว่า ปัจจุบันพบการสร้างมูลนิธิปลอม ตั้งกลุ่มองค์กร หรือสร้างคอนเทนต์เปิดรับบริจาคที่อาจเข้าข่ายฉ้อโกงหลอกลวงประชาชน โดยอาศัยชื่อเสียง อาศัยสถานการณ์ สร้างคอนเทนต์เรียกร้องความสงสารเห็นใจ โดยใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นช่องทางหลัก ขณะเดียวกัน วิธีการเดิม ๆ เช่น ตั้งโต๊ะ ตั้งกล่องรับบริจาคตามสถานที่ต่าง ๆ หรือเดินเรี่ยไรตามบ้านก็ยังมีปรากฏ ซึ่งตำรวจได้ดำเนินคดีไปแล้ว

สำหรับกรณีล่าสุดของ “มูลนิธิองค์กรทำดี” ที่มี น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ “บุ๋ม ปนัดดา” เกี่ยวข้องนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนโดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ซึ่งกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน เส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดรอบคอบ หากพบว่าผู้ใดมีส่วนเกี่ยวข้องเข้าข่ายร่วมกระทำผิดกฎหมาย ก็ต้องดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด และเป็นธรรม

“ขอเตือนผู้ที่ตั้งใจหลอกลวง รวมถึงผู้มีชื่อเสียง หรืออินฟลูเอนเซอร์ หรือใครก็ตามที่จะใช้สถานการณ์กระแสสังคมเป็นช่องทางรับบริจาค แล้วนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โยกย้ายถ่ายโอนเงิน ขอให้หยุดพฤติกรรมเหล่านั้น เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอาญาฐานฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเข้าข่ายความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงินด้วย ที่มีโทษต้องถูกยึดทรัพย์ และหากโพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์ หรือเว็บไซต์ ก็อาจเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ด้วย” โฆษก ตร. ระบุ

โดยล่าสุด มีรายงานว่า ปอศ. ได้อายัดทรัพย์สิน “บุ๋ม ปนัดดา” พร้อมคนใกล้ชิดแล้ว ซึ่งเป็นบ้าน 3-4 หลัง, ที่ดินหลายแปลง, รถยนต์ 20 คัน อาวุธปืน 6 กระบอก กระเป๋าแบรนด์เนมจำนวนมาก รวมทั้งเงินในบัญชีธนาคารอีกกว่า 100 ล้านบาท

โดย ตรฦ/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์