
รัฐบาลญี่ปุ่นตัดสินใจที่จะดึงเงินจำนวน 1 หมื่นล้านเยน (63 ล้านดอลลาร์) จากงบประมาณสำรองประจำปีงบประมาณ 2569 มาใช้เพื่อยกระดับมาตรการความปลอดภัยทางไซเบอร์ หลังจากเกิดเหตุการณ์ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลซึ่งเกิดจากการที่แฮกเกอร์เข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาตเมื่อเร็ว ๆ นี้
การตัดสินใจในวันนี้ (6 พ.ย.) มีขึ้นก่อนการประชุมระดับรัฐมนตรีด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่จะจัดขึ้นในช่วงเวลาต่อไปของวันนี้ โดยคาดว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ จะประกาศชุดมาตรการฉุกเฉินอย่างเป็นทางการ
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า จากงบประมาณดังกล่าวนั้น เงินจำนวน 4.1 พันล้านเยนจะถูกนำไปใช้อัปเกรดอุปกรณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลข่าวกรอง ตลอดจนการสืบสวนสอบสวนคดีอาชญากรรมทางไซเบอร์
ส่วนงบประมาณอีก 2 พันล้านเยนจะถูกจัดสรรสำหรับการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ค้นหาช่องโหว่ในระบบที่สำคัญของรัฐบาล ขณะที่งบประมาณที่เหลืออีก 3.8 พันล้านเยนจะใช้เพื่อยกระดับความปลอดภัยของระบบที่ดำเนินงานโดยสำนักงานดิจิทัล (Digital Agency)
ด้านซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่น กล่าวในการแถลงข่าวว่า “เราจะทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจได้ว่ามีการดำเนินมาตรการความปลอดภัยที่จำเป็นครบถ้วนในทุกมิติ”
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/รัตนา พงศ์ทวิช





