ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: FTSE 100 ปิดลบ 1% วิตกกระแส AI หลังเดโมแครตกุมเสียงข้างมากในสภาสหรัฐฯ

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลดลงในวันศุกร์ (6 พ.ย.) หลังร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 สัปดาห์ในช่วงต้นของการซื้อขาย และปิดตลาดลดลงในรอบสัปดาห์นี้ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลังพรรคเดโมแครตคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งสภาคองเกรสสหรัฐฯ ซึ่งกระตุ้นให้นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงในวงกว้าง

ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,673.94 จุด ลดลง 108.72 จุด หรือ -1.01% และปรับตัวลง 0.5% ในรอบสัปดาห์นี้

ชัยชนะของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาสหรัฐฯ เมื่อต้นสัปดาห์นี้ ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการกำกับดูแลธุรกิจ AI ที่เข้มงวดขึ้น การชะลอการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล และการที่บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่ให้บริการคลาวด์และลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI อาจปรับลดงบประมาณการใช้จ่าย

ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปรับตัวขึ้นในการซื้อขายวันศุกร์ หลังจากร่วงลงอย่างหนักที่สุดในรอบวันนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2568 เมื่อวันพฤหัสบดี

หุ้นส่วนใหญ่ในตลาดหุ้นลอนดอนปรับตัวลง โดยหุ้นกลุ่มเหมืองแร่โลหะมีค่าเป็นข้อยกเว้นเพียงกลุ่มเดียวที่ปรับตัวขึ้น 1.7%

หุ้นกลุ่มโทรคมนาคมร่วงลง 3.6% ซึ่งเป็นกลุ่มที่ปรับตัวลงมากที่สุดในดัชนี FTSE 100 โดยหุ้น BT Group และ Airtel Africa ลดลง 6.4% และ 4% ตามลำดับ

ขณะที่หุ้นในกลุ่มธุรกิจที่โดยทั่วไปถือว่ามีความสามารถในการรับมือกับภาวะตลาดผันผวนได้ดี เช่น กลุ่มเภสัชภัณฑ์ และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคส่วนบุคคล ผลิตภัณฑ์ยา และสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป ต่างก็ปรับตัวลงเช่นกัน โดยลดลงประมาณ 0.6% และ 1.7% ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นว่าแรงเทขายหุ้นเกิดขึ้นในวงกว้าง

ราคาน้ำมันปรับตัวลงจากระดับสูงในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลกดดันหุ้นกลุ่มพลังงานปิดตลาดลดลง 1.6%

ด้านข้อมูลเศรษฐกิจนั้น ธนาคาร Lloyds เปิดเผยว่า ราคาบ้านในอังกฤษปรับตัวลงในเดือนต.ค. ด้วยอัตราการลดลงรายปีที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 1 ปี เนื่องจากต้นทุนสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อความต้องการซื้อบ้าน

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช

ข่าวล่าสุด