เหตุประท้วงต่อต้านภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในอิหร่านลุกลามไปในหลายจังหวัดทั่วประเทศตลอดช่วงวันที่ผ่านมา โดยสถานการณ์ทวีความรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ หลังเกิดการปะทะกันอย่างหนักระหว่างกลุ่มผู้ประท้วงและเจ้าหน้าที่ตำรวจ
สำนักข่าวฟาร์ส (Fars) ของอิหร่าน รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย ระหว่างการปะทะกันในเขตลอร์เดกัน จังหวัดชาฮาร์มาฮัลและบัคติยารี ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ เมื่อเช้าวันพฤหัสบดี (1 ม.ค.) อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่าผู้เสียชีวิตเป็นฝ่ายเจ้าหน้าที่หรือฝ่ายผู้ประท้วง
รายงานข่าวยังระบุด้วยว่า มีผู้ประท้วงบางส่วนพกพาอาวุธและเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่ แต่ไม่มีการแสดงหลักฐานยืนยันข้อกล่าวหาดังกล่าว ขณะที่วิดีโอในโซเชียลมีเดียที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบเผยให้เห็นภาพกลุ่มผู้ประท้วงขว้างปาก้อนหินใส่ตำรวจในเครื่องแบบ รวมถึงมีการโจมตีที่ทำการผู้ว่าราชการจังหวัด ธนาคาร และอาคารของรัฐบาลหลายแห่ง
นอกจากนี้ เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา สื่อของรัฐรายงานว่าสมาชิกกองกำลังกึ่งทหาร บาซิจ (Basij) เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 13 ราย หลังการประท้วงในเมืองคูห์ดัชต์ จังหวัดลอเรสถาน บานปลายกลายเป็นเหตุจลาจลรุนแรง ซึ่งถือเป็นรายงานผู้เสียชีวิตรายแรกนับตั้งแต่การประท้วงเริ่มปะทุขึ้นในสัปดาห์นี้
สำหรับการประท้วงครั้งนี้เริ่มขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ หลังกลุ่มเจ้าของร้านค้า พ่อค้าในตลาด และนักศึกษา ต่างพากันออกมารวมตัวตามท้องถนนในหลายเมือง พร้อมตะโกนข้อความต่อต้านรัฐบาลและวิจารณ์สภาวะเศรษฐกิจ หลังจากค่าเงินของอิหร่านดิ่งลงทำสถิติต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเหตุการณ์ประท้วงครั้งนี้ถือเป็นครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เหตุจลาจลทั่วประเทศในปี 2565 ที่มีชนวนเหตุมาจากการเสียชีวิตของ มาห์ซา อามินี หญิงสาววัย 22 ปีที่ถูก "ตำรวจศีลธรรม" ควบคุมตัวโทษฐานสวมผ้าคลุมศีรษะไม่เหมาะสม
สหรัฐฯ แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยกระทรวงการต่างประเทศได้โพสต์ข้อความผ่านบัญชี X เมื่อวันพุธว่า รู้สึกกังวลต่อรายงานการใช้ความรุนแรงและการจับกุมผู้ประท้วง พร้อมเรียกร้องให้ทางการอิหร่านยุติการปราบปรามประชาชน