ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลลาร์แข็งค่าต้นปี 2569 ตลาดจับตาเฟด-ข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (2 ม.ค.) โดยยุติการอ่อนค่าตลอดปีที่แล้วเมื่อเทียบกับสกุลเงินส่วนใหญ่ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจ ซึ่งอาจชี้นำทิศทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และตลาดการเงินโลก

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.1% สู่ระดับ 98.424

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 156.86 เยนในวันศุกร์ (2 ม.ค.) ขณะที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส โดยลดลงสู่ระดับ 0.7920 ฟรังก์ในวันศุกร์ จาก 0.7926 ฟรังก์ในวันพุธ (31 ธ.ค.) และแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา สู่ระดับ 1.3733 ดอลลาร์ จาก 1.3722 ดอลลาร์

ส่วนเงินยูโรอ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.1724 ดอลลาร์สหรัฐในวันศุกร์ จากระดับ 1.1746 ดอลลาร์สหรัฐในวันพุธ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.3456 ดอลลาร์สหรัฐ จาก 1.3471 ดอลลาร์สหรัฐ

ตลาดปิดทำการในวันพฤหัสบดี (1 ม.ค.) เนื่องในวันขึ้นปีใหม่

ดอลลาร์สหรัฐเริ่มต้นปี 2569 แข็งค่าขึ้นในวันศุกร์ หลังเผชิญการปรับตัวลงรายปีรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2560 มากกว่า 9% จากปัจจัยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่แคบลงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ และความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับฐานะการคลังของสหรัฐฯ สงครามการค้าโลก และความเป็นอิสระของเฟด ซึ่งความเสี่ยงเหล่านี้จะยังคงดำเนินต่อไปในปีนี้

ข้อมูลเศรษฐกิจจำนวนมากที่จะประกาศในสัปดาห์หน้า โดยมีรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์หน้าเป็นไฮไลต์ โดยจะบ่งชี้ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมหรือไม่ โดยขณะนี้ตลาดคาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ย 2 ครั้ง

ตลาดญี่ปุ่นและจีนปิดทำการในวันศุกร์ ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายค่อนข้างเบาบาง

ผลสำรวจระบุว่า กิจกรรมภาคการผลิตของยูโรโซนในเดือนธ.ค. ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 9 เดือน แม้เงินยูโรพุ่งขึ้นมากกว่า 13% ในปี 2568 ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นรายปีมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2560

เงินปอนด์อ่อนค่าลง หลังจากเพิ่มขึ้น 7.7% ในปี 2568 ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นรายปีมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2560

นักลงทุนยังจับตาว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จะเลือกใครเป็นประธานเฟดคนใหม่ หลังวาระของ เจอโรม พาวเวล จะสิ้นสุดลงในเดือนพ.ค.

ทรัมป์ระบุว่า จะประกาศชื่อประธานเฟดคนใหม่ภายในเดือนนี้ และนักลงทุนจำนวนมากคาดว่า บุคคลที่ทรัมป์เลือกจะสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยมากขึ้น หลังจากทรัมป์วิจารณ์พาวเวลและเฟดมาโดยตลอดว่า ลดต้นทุนการกู้ยืมช้าเกินไปและไม่มากพอ

เทรดเดอร์ประเมินเต็มที่ว่า จะมีการลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ เทียบกับการคาดการณ์เพียง 1 ครั้งของคณะกรรมการเฟดที่ยังมีความเห็นแตกต่างกัน