(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้ารีบาวด์รับ sentiment บวกตัวเลขเศรษฐกิจจีน-สหรัฐดีกว่าคาด มองเวเนฯเดือดไม่กระทบ

นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนีรีบาวด์ ตามตลาดต่างประเทศ หลังการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจช่วงท้ายปี อาทิ PMI จีน และผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐดีกว่าคาด ทำให้ตลาดหุ้นต่างประเทศปิดบวกในวันศุกร์และปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเช้าวันนี้ ส่วนสถานการณ์เวเนซุเอลาเชื่อไม่มีผล ขณะที่ทางเทคนิค SET Insex ปิดเหนือ 1,250 จุดได้ ทำให้ภาพยังแกว่งไซด์เวย์ ให้กรอบแนวรับ 1,250 จุด และแนวต้าน 1,270-1,275 จุด

นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน (บลป.) เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ดัชนีมีโอกาสรีบาวด์ โดย Sentiment จากต่างประเทศในวันศุกร์ที่ผ่านมาหลายตลาดเคลื่อนไหวแดนบวก เป็นผลมาจากการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจช่วงท้ายปีออกมาในทิศทางที่ดี อาทิ PMI จีน และจำนวนขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด ทำให้ตลาดคาดหวังเชิงบวกต่อภาพเศรษฐกิจ หนุนตลาดหุ้นเอเชียปิดบวกในวันศุกร์และยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในเช้านี้

ขณะเดียวกันในทางเทคนิค ดัชนี SET Index สามารถปิดท้ายปี 68 เหนือแนวรับสำคัญที่ 1,250 จุดได้ ทำให้ภาพรวมยังคงเป็นการแกว่ง Sideway

สัปดาห์นี้แนะติตดามตัวเลขเศรษฐกิจในต่างประเทศ อาทิ ดัชนีภาคการผลิต (ISM) และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ขณะที่ในประเทศยังไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ แต่ต้องติดตามสถานการณ์การเมือง โดยเฉพาะการหาเสียงของพรรคการเมืองต่าง ๆ ก่อนการเลือกตั้ง

ส่วนประเด็นความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และเวเนซุเอลา มองว่าไม่ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะส่งผลให้ราคาน้ำมันอยู่ในระดับต่ำ แต่ไม่ได้กดดันกลุ่มพลังงาน นอกจากนี้ ยังเป็นบวกต่อกลุ่มอื่น ๆ ได้ เนื่องจากต้นทุนพลังงานที่ปรับลดลง

โดยให้กรอบแนวรับ 1,250 จุด และแนวต้าน 1,270-1,275 จุด


*ประเด็นพิจารณาการลงทุน


- ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (2 ม.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 48,382.39 จุด เพิ่มขึ้น 319.10 จุด หรือ +0.66%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,858.47 จุด เพิ่มขึ้น 12.97 จุด หรือ +0.19% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,235.63 จุด ลดลง 6.36 จุด หรือ -0.03%

- ตลาดหุ้นเอเชียภาคเช้าเปิดฉากสัปดาห์แรกของปี 2569 พุ่งขึ้น ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดตลาดที่ระดับ 51,010.28 จุด เพิ่มขึ้น 670.8 จุด หรือ +1.33%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 26,361.44 จุด เพิ่มขึ้น 22.97 จุด หรือ +0.09% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,986.97 จุด เพิ่มขึ้น 18.13 จุด หรือ +0.46%

- ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (30 ธ.ค.) 1,259.67 จุด เพิ่มขึ้น 5.64 จุด (+0.45%) มูลค่าซื้อขาย 32,547.93 ล้านบาท

- นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (30 ธ.ค.) 46.54 ล้านบาท

- ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ.(2 ม.ค.)ลดลง 10 เซนต์ หรือ 0.17% ปิดที่ 57.32 ดอลลาร์/บาร์เรล

- ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (2 ม.ค.) อยู่ที่ 6.64 เหรียญ/บาร์เรล

- เงินบาทเปิดต้นปี 31.46 คาดกรอบแกว่งวันนี้ 31.40-31.60 จับตาราคาทอง-ทิศทาง Flow

- "สหรัฐฯ" ยึด "เวเนซุเอลา" เขย่าเกมอำนาจตลาดพลังงานโลกหลังพบมีสำรองน้ำมันสูงสุดของโลกกว่า 3 แสนล้านบาร์เรล หากสหรัฐฯ เข้าคุมการผลิต คาดกำลังผลิตเพิ่มจาก 800,000 ล้าน บาร์เรลต่อวัน เป็น 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน กดดันอุปทานโลกเสี่ยงราคาน้ำมันดูไบลดเหลือ 58-60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นักวิเคราะห์มอง TASCO เด่น จากโอกาสนำเข้าน้ำมันดิบหนักราคาถูกลง หากยกเลิกคว่ำบาตร

- แบงก์ชาติ-ปปง. ยกระดับการกำกับดูแลธุรกรรมทองคำ หลังกดดันค่าเงินบาทหนัก พร้อมตั้งคณะทำงานร่วมตรวจสอบธุรกรรมต้องสงสัย โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มออนไลน์

- แบงก์-ประกันมองโจทย์เศรษฐกิจปี'69 เจอสารพัดลมต้าน ยกระดับ "ภัยพิบัติ" ความเสี่ยงใหม่ ธปท.สั่งแบงก์ใส่ปัจจัย Climate Change ในแบบทดสอบภาวะวิกฤต Stress Test แบงก์กรุงเทพ-ไทยพาณิชย์ เร่งแผนช่วยลูกค้าปล่อยกู้กรีนไฟแนนซ์ SCB กาง 4 โจทย์ท้าทาย เร่งสปีดรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย ในภาวะเศรษฐกิจโตต่ำ ดอกเบี้ยขาลง "กสิกรไทย" เตรียมสำรองเงินกองทุน ผลกระทบต่อพอร์ตสินเชื่อ-ธุรกิจของลูกค้า นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทยย้ำความเสี่ยงภัยพิบัติเพิ่ม "เบี้ยภัยพิบัติ" พุ่ง ยันฐานะเงินกองทุนประกันยังแกร่ง

- เอกชนประสานเสียงห่วงส่งออกไทยปี 2569 ยังลูกผีลูกคน กกร.คาด Geopolitic กดดันการค้าโลก แข่งราคาเดือด มีสิทธิฉุดส่งออกไทยติดลบ 0.5-1.5% จี้รัฐบาลแก้บาทแข็ง ไม่งั้นฉุดส่งออกเกษตร ข้าวไทยเหนื่อยหนัก ปี'69 ไร้ความชัดเจนทั้งขายข้าวจีน-สิงคโปร์ ยังคาราคาซัง แถมอินโดฯ-ฟิลิปปินส์ไร้แววซื้อเพิ่ม ชี้ข้าวไทยสูงกว่าคู่แข่ง

- "อภิสิทธิ์" หาเสียงกรุงเทพฯ เขต 3 ในถิ่นเก่าที่เคยเป็น สส. ปลื้ม คน กทม. รอการกลับมา ลั่นถ้าชนะเลือกตั้ง จะเลือกพรรคดีที่สุดมาร่วมรัฐบาล ด้านนิด้าโพลชี้ ถ้าเลือกตั้งวันนี้ "คนสงขลา" เลือกพรรคประชาธิปัตย์ หนุน "อภิสิทธิ์" เป็นนายกฯ ขณะที่ "พิพัฒน์" ลั่น "ภูมิใจไทย" ชูนโยบายพลิกโอกาส 14 จังหวัดใต้


*หุ้นเด่นวันนี้

- TASCO (ฟินันเซีย ไซรัส) "เก็งกำไร" ราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก IAA Consensus 16.90 บาท ระยะสั้นคาดมีโอกาสได้ Sentiment บวกหลังสหรัฐฯเข้าควบคุมเวเนซูเอลา และจะส่งบริษัทน้ำมันเข้าไปบริหารจัดการ อาจทำให้เวเนซูเอลากลับมาส่งออกน้ำมันได้มากขึ้นในอนาคตหลังเผชิญการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ หาก TASCO สามารถกลับมานำเข้าน้ำมันดิบหนักจากเวเนซูเอลาได้จะเป็นบวกต่อการดำเนินงานสำหรับยางมะตอยที่ได้ Yield ดีขึ้น Consensus คาดกำไรปี 69 เติบโตในกรอบ 7% y-y ปัจจุบันเทรด 2026PER 11.5 เท่าและคาด Dividend Yield 7%

- KKP (เคจีไอ) เป้าพื้นฐาน 70 บาท ประเมิน Sentiment บวกจากดอกเบี้ยขาลงและคาดราคารถมือสองเริ่มฟื้น ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินต้นทุนระดมทุนที่ลดลงตามแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายหนุน NIM ฟื้น ขณะที่ดัชนีราคารถมือสองเดือน พ.ย.ฟื้น MoM และคาดการควบคุมธุรกิจเช่าซื้อของทาง ธปท.เป็นบวกต่อผู้ประกอบการรายใหญ่อย่าง KKP ส่วน Valuation ไม่แพง ปันผลสูง PBV

0.86 เท่า (ค่าเฉลี่ยในอดีต 0.9 เท่า) และ Dividend yield ปีละ > 7% คาดปันผล H2/68 หุ้นละ 0.3 บาท (Yield 4.5%)

- ICHI (เมย์แบงก์) เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 14.80 บาท กำไรไตรมาสไตรมาส 4/68 คาดโต +28% YoY จากการออกสินค้าใหม่ การขยายช่องทางจำหน่าย และ คนละครึ่ง Plus ขณะที่กำไรปี 69 คาดโตต่อ +10% YoY สูงกว่ากลุ่ม อัตราเงินปันผล 8-9% ในปี 68-69 สูงกว่าค่าเฉลี่ยของหุ้นทั้งหมดที่เรา coverage ที่ 5.1% และ SETHD Index ที่ 5-6% ทำให้ Downside จำกัดจากทั้งกำไรที่เติบโตและอัตราเงินปันผลอยู่ในระดับสูง