ดาวโจนส์พลิกพุ่งกว่า 100 จุด ทำนิวไฮต่อเนื่องจากวานนี้

ดัชนีดาวโจนส์พลิกพุ่งขึ้นกว่า 100 จุด แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยตลาดยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากที่ทะยานขึ้นวานนี้

ณ เวลา 22.34 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์บวก 158.23 จุด หรือ 0.32% สู่ระดับ 49,135.41 จุด

หุ้น Nvidia พุ่งขึ้นเกือบ 2% ในวันนี้ ส่งผลให้หุ้นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) ดีดตัวขึ้นตามกัน โดยหุ้น Amazon และ Palantir Technologies ดีดตัวขึ้น 2% ขณะที่ Micron Technology ทะยานขึ้น 6%

ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นเกือบ 600 จุดทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ขณะปิดตลาดวานนี้ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของปรากฏการณ์ "ซานต้า แรลลี่" โดยนักลงทุนมองว่าการที่สหรัฐใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีเวเนซุเอลาจะไม่ลุกลามไปสู่ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในวงกว้างที่อาจส่งผลกระทบต่อตลาดการเงิน

หุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้นนำตลาดวานนี้ โดยได้ปัจจัยบวกจากการที่สหรัฐจะเข้าทำการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของเวเนซุเอลา หลังจากที่สหรัฐใช้ปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ในเวเนซุเอลาในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยได้เข้าจับกุมตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา และนางซีเลีย ฟลอเรส ภรรยาของเขา

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐจะเข้าบริหารประเทศเวเนซุเอลาจนกว่าจะเกิดการเปลี่ยนผ่านอำนาจไปสู่รัฐบาลชุดใหม่ และบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของสหรัฐจะเข้าไปขุดเจาะแหล่งน้ำมันสำรองของเวเนซุเอลา ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

หุ้นเชฟรอนพุ่งขึ้นกว่า 5% วานนี้ โดยบริษัทถูกมองว่าเป็นผู้ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากวิกฤตการเมืองในเวเนซุเอลา เนื่องจากเชฟรอนเป็นบริษัทน้ำมันรายใหญ่เพียงรายเดียวของสหรัฐที่ยังคงมีการดำเนินงานอยู่ในเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นประเทศที่มีปริมาณน้ำมันสำรองที่พิสูจน์แล้วมากที่สุดในโลก

นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มบริษัทผลิตอาวุธของสหรัฐ เช่น เจเนอรัล ไดนามิกส์ และล็อกฮีด มาร์ติน ต่างก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยได้รับแรงหนุนจากมุมมองที่ว่า การโจมตีทางทหารอย่างรวดเร็วจะเป็นส่วนสำคัญของนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการรับมือกับประเด็นความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์

นักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในปีนี้ ขณะที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปี 2569

กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนธ.ค.ในวันศุกร์ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานเพิ่มขึ้น 57,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 64,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย. นอกจากนี้ นักวิเคราะห์คาดว่าอัตราว่างงานลดลงสู่ระดับ 4.5% ในเดือนธ.ค. จากระดับ 4.6% ในเดือนพ.ย.