ดาวโจนส์ไหลไม่หยุด ล่าสุดดิ่งลงกว่า 300 จุด วอลล์สตรีทพักฐาน หลังพุ่งติดต่อกัน 2 วัน

ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดดิ่งลงกว่า 300 จุด ขณะที่ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทพักฐาน หลังจากพุ่งขึ้นติดต่อกัน 2 วัน

ณ เวลา 21.43 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ลบ 318.55 จุด หรือ 0.65% สู่ระดับ 49,065.46 จุด

ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทดีดตัวขึ้น 2 วันติดต่อกัน ขณะที่นักลงทุนคลายความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผ่อนปรนท่าทีเกี่ยวกับการเข้าครอบครองกรีนแลนด์

นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่ง

ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า เขายังคงต้องการให้สหรัฐเข้าครอบครองกรีนแลนด์ แต่จะไม่ใช้กำลังทหารเข้ายึดครองกรีนแลนด์

นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ได้ยกเลิกการเรียกเก็บภาษีในอัตรา 10% ต่อสินค้านำเข้าจาก 8 ประเทศในยุโรป ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ก.พ. จากเดิมที่ต้องการตอบโต้ที่ประเทศเหล่านั้นคัดค้านความพยายามของเขาในการเข้าควบคุมเกาะกรีนแลนด์ โดย 8 ประเทศดังกล่าวประกอบด้วยเดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน และสหราชอาณาจักร

ปธน.ทรัมป์ยังกล่าวว่า เขาและนายมาร์ก รุตเตอ เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ได้ร่วมกันจัดทำ "กรอบข้อตกลงในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับกรีนแลนด์" ซึ่งหากข้อตกลงนี้เสร็จสมบูรณ์ ก็จะเป็นทางออกที่ยอดเยี่ยมสำหรับสหรัฐอเมริกาและทุกประเทศในกลุ่มนาโต

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 3 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 3/2568 ในวันนี้ โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 4.4% ในไตรมาสดังกล่าว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 3.3% โดยได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่แข็งแกร่ง รวมทั้งการเพิ่มขึ้นของการส่งออก, การใช้จ่ายของภาครัฐ และการลงทุน ขณะที่การนำเข้าปรับตัวลง

ทั้งนี้ เศรษฐกิจสหรัฐหดตัว 0.6% ในไตรมาส 1/2568 ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 3 ปี ก่อนที่จะมีการขยายตัว 3.8% ในไตรมาส 2

การหดตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาส 1/2568 มีสาเหตุจากการนำเข้าที่พุ่งขึ้น เนื่องจากภาคธุรกิจต่างรีบนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ก่อนที่มาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะมีผลบังคับใช้

ตลาดจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 97.2% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 27-28 ม.ค.

นอกจากนี้ นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ โดยจะเกิดขึ้นในเดือนมิ.ย.และต.ค. ซึ่งจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยของเฟดจะอยู่ที่ระดับ 3.00-3.25% ในช่วงสิ้นปี 2569 จากปัจจุบันที่ระดับ 3.50-3.75%