ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: ฟุตซี่ปิดลบ 6.61 จุด ตลาดยังกังวลปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบในวันศุกร์ (23 ม.ค.) หลังความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์กลับมากดดันบรรยากาศการลงทุน แม้หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ทำผลงานแข็งแกร่งตลอดสัปดาห์ก็ตาม

ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,143.44 จุด ลดลง 6.61 จุด หรือ -0.07% โดยยุติการปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 3 สัปดาห์ โดยก่อนหน้านี้ดัชนีเพิ่มขึ้นราว 3.5% ซึ่งถือเป็นช่วงขาขึ้นยาวที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.ปีที่แล้ว

บรรยากาศการลงทุนถูกกดดัน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เคยข่มขู่ใช้มาตรการภาษีเกี่ยวกับประเด็นกรีนแลนด์ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ภายหลังจะถอยจากท่าทีดังกล่าวและยืนยันว่าจะไม่เข้ายึดครองดินแดนด้วยกำลัง แต่ตลาดยังคงกังวลว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์อาจปะทุขึ้นอีก

หุ้นส่วนใหญ่ในตลาดปิดลบ โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารซึ่งมีน้ำหนักสูงในดัชนีและเป็นแรงกดดันหลัก อย่างไรก็ดี หุ้นที่อิงกับสินค้าโภคภัณฑ์ยังปรับตัวขึ้น โดยหุ้นกลุ่มพลังงานเพิ่มขึ้น 0.8% ตามทิศทางราคาน้ำมันที่สูงขึ้น

ดัชนีหุ้นกลุ่มเหมืองโลหะมีค่าปรับขึ้น 2% หลังราคาทองคำขยับเข้าใกล้ระดับ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และราคาเงินทะลุระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ จากแรงเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยตลอดทั้งสัปดาห์ กลุ่มนี้พุ่งขึ้นถึง 11.3% ทำสถิติปรับขึ้นรายสัปดาห์สูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.

สำหรับหุ้นรายตัวนั้น หุ้น C&C Group ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 16 ปี หลังผู้ผลิตเครื่องดื่มจากไอร์แลนด์ปรับลดคาดการณ์กำไรปีงบการเงิน 2569 โดยชี้ว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อ่อนแอลงภายหลังการประกาศงบประมาณของอังกฤษในเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้พฤติกรรมการใช้จ่ายเปลี่ยนแปลงและความต้องการชะลอตัว

ขณะเดียวกัน ข้อมูลทางการระบุว่า ยอดค้าปลีกของอังกฤษเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดในเดือนธ.ค. โดยได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายออนไลน์ที่แข็งแกร่ง ซึ่งสะท้อนสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่เริ่มชัดเจนขึ้น