แพลตฟอร์มพนันออนไลน์ฟันธง สหรัฐเจอ "ชัตดาวน์" ปลายสัปดาห์นี้

แพลตฟอร์มพนันออนไลน์ที่ถูกกฎหมาย เช่น Polymarket คาดการณ์ว่า มีโอกาส 75-80% ที่สหรัฐจะเผชิญภาวะการปิดหน่วยงานรัฐบาล หรือชัตดาวน์ ภายในปลายสัปดาห์นี้ หลังเกิดกระแสความไม่พอใจอย่างรุนแรงจากเหตุเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง (ICE) ยิงนายอเล็กซ์ เพรตติ เสียชีวิตในรัฐมินนิโซตา ซึ่งเป็นเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันครั้งที่สองในเดือนนี้

ทั้งนี้ วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตจำนวนมากเตือนว่า พวกเขาจะไม่ลงคะแนนสนับสนุนงบประมาณวงเงิน 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อใช้ในการดำเนินงานของรัฐบาลกลาง หากร่างกฎหมายดังกล่าวมีการรวมงบประมาณของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ซึ่งกำกับดูแลการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการตรวจคนเข้าเมือง

แหล่งข่าวใกล้ชิดผู้นำพรรครีพับลิกันในวุฒิสภาเปิดเผยว่า พรรครีพับลิกันจะไม่ถอดงบประมาณของ DHS ออกจากร่างกฎหมายดังกล่าว แม้มีคำเตือนจากฝ่ายเดโมแครตก็ตาม

'งบประมาณของรัฐบาลจะหมดลงในช่วงปลายสัปดาห์นี้ และพรรครีพับลิกันตั้งใจอย่างยิ่งที่จะไม่ให้เกิดการปิดหน่วยงานรัฐบาลอีกครั้ง เราจะเดินหน้าตามแผน และหวังว่าพรรคเดโมแครตจะร่วมมือกับเรา' แหล่งข่าวระบุ

ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎรได้ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณดังกล่าวไปแล้วเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แต่หากวุฒิสภาไม่อนุมัติร่างกฎหมายนี้ภายในวันศุกร์ที่ 30 ม.ค. รัฐบาลสหรัฐจะเผชิญภาวะชัตดาวน์อีกครั้ง หลังจากเผชิญภาวะชัตดาวน์ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ต.ค.-12 พ.ย.2568 เป็นเวลา 43 วัน ซึ่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ

ร่างกฎหมายงบประมาณดังกล่าวต้องการเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 60 เสียง เพื่อผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา โดยพรรครีพับลิกันมีเสียงข้างมากในวุฒิสภาเพียง 53 ต่อ 47 เสียง ซึ่งหมายความว่าพรรครีพับลิกันจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากพรรคเดโมแครต

การที่นายเพรตติ วัย 37 ปี พยาบาล ICU และเป็นพลเมืองสหรัฐ ในเมืองมินนีแอโพลิส ถูกเจ้าหน้าที่ ICE ยิงจนเสียชีวิตเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้จุดชนวนความกังวลของสมาชิกพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรสเกี่ยวกับการให้เงินสนับสนุน DHS

ก่อนหน้านี้ พรรคเดโมแครตได้เคยแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ ICE ยิงนางเรนี กูด หญิงชาวมินนีแอโพลิสเสียชีวิตเมื่อวันที่ 7 ม.ค.

'วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตจะไม่ยอมให้ร่างกฎหมายงบประมาณ DHS ฉบับปัจจุบันเดินหน้าต่อไป'

'วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันได้เห็นภาพวิดีโออันน่าสยดสยองเช่นเดียวกับชาวอเมริกันทุกคน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการละเมิดสิทธิของประชาชนอย่างโจ่งแจ้งโดยเจ้าหน้าที่ ICE ในมินนิโซตา'

'การสังหารอันน่าสะเทือนขวัญของนางเรนี กูด และนายอเล็กซ์ เพรตติ บนท้องถนนของมินนีแอโพลิส ต้องทำให้พรรครีพับลิกันร่วมมือกับเดโมแครตในการปฏิรูป ICE และ CBP เพื่อปกป้องประชาชน'

'ประชาชนควรได้รับความปลอดภัยจากการละเมิดโดยรัฐบาลของตนเอง' นายชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภาสังกัดพรรคเดโมแครตกล่าวในแถลงการณ์วานนี้

ด้านนายแองกัส คิง วุฒิสมาชิกจากรัฐเมน กล่าวเช่นกันว่า 'ผมไม่สามารถลงคะแนนให้ร่างกฎหมายที่รวมงบประมาณของ ICE ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ได้ จะต้องมีการแยก DHS ออกมาพิจารณาเป็นการเฉพาะ ให้มีการเจรจาอย่างตรงไปตรงมา วางมาตรการกำกับดูแลและความรับผิดชอบ แล้วปัญหานี้จะได้รับการแก้ไข'

นอกจากนี้ สมาชิกพรรคเดโมแครตหลายรายก็ได้คัดค้านร่างกฎหมายงบประมาณดังกล่าว ซึ่งนอกจาก DHS แล้ว ยังรวมงบประมาณของกระทรวงกลาโหม สาธารณสุขและบริการมนุษย์ แรงงาน การเคหะและการพัฒนาเมือง คมนาคม การศึกษา การต่างประเทศ และกระทรวงการคลัง

นางแพตตี เมอร์เรย์ วุฒิสมาชิกจากรัฐวอชิงตัน ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคเดโมแครตในคณะกรรมาธิการจัดสรรงบประมาณประจำวุฒิสภา กล่าวว่า ตนจะคัดค้านงบประมาณดังกล่าว หากมีการรวมงบของ DHS อยู่ด้วย

'เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางไม่สามารถสังหารประชาชนกลางวันแสก ๆ แล้วไม่ต้องรับผิดใด ๆ'

'ดิฉันจะไม่สนับสนุนร่างกฎหมาย DHS ในรูปแบบปัจจุบัน ร่างกฎหมาย DHS จะต้องถูกแยกออกจากงบประมาณหลักก่อนเข้าสู่วุฒิสภา พรรครีพับลิกันต้องทำงานร่วมกับเราในเรื่องนี้' นางเมอร์เรย์ระบุ

ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าวุฒิสภาจะสามารถแยกงบ DHS ออกจากร่างกฎหมายงบประมาณส่วนอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะชัตดาวน์ได้หรือไม่

นอกจากนี้ สมาชิกพรรคเดโมแครตหลายคนที่เคยจับมือกับพรรครีพับลิกันในการยุติภาวะชัตดาวน์ 43 วันในเดือนต.ค.-พ.ย.2568 เตือนว่าพวกเขาจะคัดค้านร่างกฎหมายนี้ หากยังคงรวมงบ DHS

'ดิฉันจะไม่สนับสนุนร่างงบประมาณกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิฉบับปัจจุบัน' นางแคเธอรีน คอร์เตซ มาสโต วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตจากรัฐเนวาดา กล่าว

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นจากการเกิดพายุหิมะขนาดใหญ่ถล่มกรุงวอชิงตัน ดีซี และหลายรัฐในสหรัฐ ส่งผลให้วุฒิสภายกเลิกการลงคะแนนในวันนี้ (26 ม.ค.) ทำให้กรอบเวลาที่ตึงตัวอยู่แล้วในการหลีกเลี่ยงภาวะชัตดาวน์ยิ่งสั้นลงไปอีก