ดมิทรี เพสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวในวันนี้ (26 ม.ค.) ว่า ประเด็นดินแดนยังคงเป็นเงื่อนไขหลักของรัสเซียในการเจรจาเพื่อยุติการสู้รบในยูเครน ตามการรายงานของสำนักข่าว TASS ภายหลังการหารือไตรภาคีระหว่างรัสเซีย ยูเครน และสหรัฐฯ ที่กรุงอาบูดาบี เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
เพสคอฟกล่าวว่า จุดยืนดังกล่าวเป็นท่าทีที่ชัดเจนและสอดคล้องกันมาโดยตลอดของฝ่ายรัสเซีย เนื่องจากประเด็นดินแดนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เรียกว่า สูตรแองเคอเรจ (Anchorage formula) มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อรัสเซีย
แหล่งข่าวใกล้ชิดเปิดเผยว่า "สูตรแองเคอเรจ" หมายถึงสิ่งที่รัสเซียอ้างว่าได้ตกลงร่วมกันระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ในการประชุมสุดยอดที่รัฐอะแลสกาเมื่อเดือนส.ค. ปีที่ผ่านมา ซึ่งประกอบด้วยเงื่อนไขสำคัญคือ ยูเครนต้องยอมมอบการควบคุมภูมิภาคดอนบาสทั้งหมดให้แก่รัสเซีย และตรึงแนวรบในพื้นที่อื่น ๆ ของยูเครนตะวันออกและภาคใต้ เพื่อเป็นพื้นฐานของข้อตกลงสันติภาพในอนาคต
ปูตินกล่าวย้ำหลายครั้งว่า รัสเซียจะเดินหน้ายึดครองภูมิภาคดอนบาสทั้งหมดของยูเครน ซึ่งขณะนี้กองกำลังรัสเซียควบคุมพื้นที่แล้ว 90% หากยูเครนไม่ยอมสละดินแดนดังกล่าวภายใต้ข้อตกลงสันติภาพ
อย่างไรก็ตาม ทางการยูเครนยืนยันว่า จะไม่ยอมยกดินแดนให้รัสเซียในพื้นที่ที่รัสเซียไม่สามารถยึดครองได้ในสนามรบ
ขณะเดียวกัน สำนักข่าว RIA ของรัสเซียรายงานว่า เพสคอฟประเมินการเจรจาที่อาบูดาบีในเชิงบวก โดยมองว่าเป็นการหารือที่สร้างสรรค์ แม้การเจรจาซึ่งมีสหรัฐฯ เป็นตัวกลางจะยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ และคาดว่าจะมีการเจรจาต่อในช่วงสุดสัปดาห์หน้า
ทั้งนี้ ผู้แทนจากทั้งสามประเทศได้จัดการประชุมไตรภาคีที่กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เมื่อวันที่ 23-24 ม.ค. ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการประกาศข้อตกลงที่เป็นรูปธรรม หรือแถลงการณ์ร่วมหลังเสร็จสิ้นการหารือ