ดอลลาร์ฟื้น แต่จ่อทำสถิติทรุดหนักสุดรายสัปดาห์นับตั้งแต่เม.ย.68

ดอลลาร์ฟื้นตัวขึ้นในวันนี้ แต่ยังคงมีแนวโน้มทำสถิติปรับตัวลงรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ได้แสดงความกังวลต่อการอ่อนค่าของดอลลาร์ก่อนหน้านี้

ณ เวลา 22.06 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน บวก 0.03% สู่ระดับ 96.245 ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่า 0.62% สู่ระดับ 1.197 เทียบยูโร และดีดตัว 0.41% สู่ระดับ 152.81 เยน

ดอลลาร์ดิ่งลงกว่า 1% ในการซื้อขายวานนี้ และร่วงลงราว 2.5% นับตั้งแต่ต้นเดือนม.ค. หลังจากทรุดตัวลงมากกว่า 9% ในปี 2568

อย่างไรก็ดี ปธน.ทรัมป์ไม่ได้แสดงความกังวลต่อการอ่อนค่าของดอลลาร์ แต่กลับกล่าวว่า "ดอลลาร์กำลังปรับตัวอย่างดีมาก"

ทั้งนี้ ดอลลาร์ถูกกดดันจากการที่นักลงทุนกลับมาใช้กลยุทธ์ขายสินทรัพย์สหรัฐอีกครั้ง หรือ Sell America หลังจากที่เคยเกิดขึ้นจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้มาตรการภาษีศุลกากรครั้งใหญ่ในเดือนเม.ย.ปีที่แล้ว

นักลงทุนจับตาผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในคืนนี้ ขณะที่มีการคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมรอบนี้ และคาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ โดยจะเกิดขึ้นในเดือนมิ.ย.และต.ค. ซึ่งจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยของเฟดจะอยู่ที่ระดับ 3.00-3.25% ในช่วงสิ้นปี 2569 จากปัจจุบันที่ระดับ 3.50-3.75%

นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด หลังการประชุมวันนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้

ในการประชุมเฟดครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ธ.ค.2568 คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) มีมติ 9-3 ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 3.50-3.75% ตามการคาดการณ์ของตลาด

ในการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) เจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้ง ๆ ละ 0.25% ในปี 2569 และลดอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง ๆ ละ 0.25% ในปี 2570 ก่อนที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดแตะเป้าหมายระยะยาวที่ระดับ 3% โดยการส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในปี 2569 และ 2570 ไม่แตกต่างจากการส่งสัญญาณในการประชุมเดือนก.ย.2568