ไทยเปิดตัว “MEGA HALAL BANGKOK 2026” ปักหมุดสู่ฮับฮาลาลเอเชีย รุกตลาดมุสลิม 2 พันล้านคนทั่วโลก

บริษัท คอมเอเชีย จำกัด (COMASIA LIMITED) ประกาศความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญร่วมกับ SHAPERS MALAYSIA และสมาคมการค้านักธุรกิจไทยมุสลิม (TMTA) เตรียมจัดงาน MEGA HALAL BANGKOK 2026 ระหว่างวันที่ 15-17 ก.ค. 69

สำหรับไฮไลต์สำคัญของการผนึกกำลังครั้งนี้ คือ การที่สถาบันอาหาร (NFI) ได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์เพื่อสนับสนุนด้านความเชี่ยวชาญทางเทคนิค โปรแกรมพัฒนาอุตสาหกรรม และการประสานงานระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อเร่งขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำในเศรษฐกิจฮาลาลระดับโลก

“MEGA HALAL BANGKOK 2026 ถูกออกแบบมาเพื่อดึงศักยภาพการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ โครงสร้างพื้นฐานการท่องเที่ยว และฐานผลิตภัณฑ์ฮาลาลที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ให้กลายเป็นเติบโตของการส่งออกที่ยั่งยืน และดึงดูดการลงทุนให้แก่ SME ไทย” ผู้บริหาร ComAsia กล่าว

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรองมาตรฐานฮาลาลกว่า 160,000 รายการ ร้านอาหารฮาลาลกว่า 3,500 แห่ง เที่ยวบินตรงจากตะวันออกกลาง 27 เที่ยวบินต่อวัน และโรงแรมระดับพรีเมียมที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิม (Muslim-friendly) อีกกว่า 300 แห่ง ส่งผลให้กรุงเทพฯ เป็นประตูสำคัญสู่ผู้บริโภคมุสลิม 2,000 ล้านคนทั่วโลก

ทั้งนี้ ความร่วมมือกับ SHAPERS ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญ เนื่องจาก SHAPERS คือผู้ก่อตั้งและพัฒนา MIHAS งานแสดงสินค้าฮาลาลระดับโลกที่ประสบความสำเร็จสูงสุด โดยนำประสบการณ์กว่า 20 ปี ในการเป็นผู้นำตลาดฮาลาลโลกมาสนับสนุนโครงการนี้ โดย SHAPERS พร้อมทำงานอย่างใกล้ชิดกับ ComAsia, NFI และรัฐบาลไทย เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่ตำแหน่ง “ครัวฮาลาลของโลก” (HALAL KITCHEN OF THE WORLD)

 

สำหรับวันนี้ เป็นการผนึกกำลัง 4 ฝ่าย เพื่อความแข็งแกร่งด้วยการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) รวมจุดแข็งจากหลายภาคส่วน ได้แก่ 1. ComAsia: ประสบการณ์จัดงานแสดงสินค้าระดับโลกกว่า 3 ทศวรรษ 2. SHAPERS: เครือข่ายอุตสาหกรรมฮาลาลเชิงลึกระดับสากล 3. TMTA: การเข้าถึงฐานตลาดผู้ประกอบการในประเทศ และ 4. สถาบันอาหาร (NFI): ขีดความสามารถทางเทคนิคและการประสานงานภาครัฐ

โดยความร่วมมือนี้ จะมุ่งเน้นที่การปรับประสานมาตรฐานฮาลาล, การสร้างขีดความสามารถให้ SME, การพัฒนาผลิตภัณฑ์, การขยายช่องทางเข้าสู่ตลาด และการจับคู่ธุรกิจที่ขับเคลื่อนโดยความต้องการของผู้ซื้อ (Buyer-driven trade matching)

 

ในส่วนไฮไลต์สำคัญของงาน ได้แก่

– การจับคู่ธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ (High-impact business matching): การพบปะระหว่างผู้ส่งออกไทย กับเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซระดับโลก และตัวแทนจำหน่ายในภูมิภาค

– ครอบคลุมอุตสาหกรรมที่หลากหลาย: อาหารและเครื่องดื่ม, แฟชั่นฮาลาล, เครื่องสำอาง, สุขภาพและสปา, ยาและเวชภัณฑ์ รวมถึงการเงินอิสลาม

– โปรแกรมสำหรับผู้ซื้อรายใหญ่ (Hosted Buyer Programme): สิทธิพิเศษสำหรับผู้ซื้อต่างชาติที่ผ่านเกณฑ์ เช่น ที่พักฟรี 2 คืน ในโรงแรมระดับ 5 ดาวที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิม หรือเงินสนับสนุนการเดินทาง 200 ดอลลาร์สหรัฐ

– ขนาดการจัดงาน: คาดว่าจะมีผู้ร่วมแสดงสินค้ากว่า 200 ราย และดึงดูดผู้เข้าชมงานจากนานาชาติกว่า 10,000 คน

 

นายปีเตอร์ เจิง ผู้อำนวยการ บริษัท คอมเอเชีย จำกัด กล่าวว่า MEGA HALAL BANGKOK 2026 จะเป็นสะพานเชื่อมสำคัญให้สินค้าไทยข้ามพรมแดนเข้าสู่ตลาดมุสลิมในเอเชียที่มีประชากรกว่า 1.17 พันล้านคน

 

ด้าน นายกสมาคมการค้านักธุรกิจไทยมุสลิม (TMTA) เน้นย้ำความสำคัญว่า นี่คือจุดเปลี่ยนสำหรับธุรกิจมุสลิมไทยและอุตสาหกรรมฮาลาล ในวงกว้าง เราไม่ได้แค่ค้าขายสินค้า แต่เรากำลังสร้างสะพานเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ซึ่งจะขับเคลื่อนระบบนิเวศฮาลาลของไทยในระยะยาว

 

นายดาโต๊ะ โมฮัมหมัด ชูครี อับดุลลาห์ ผู้ก่อตั้ง MIHAS และนักยุทธศาสตร์หลักจาก SHAPERS กล่าวว่า ภูมิใจที่ได้สนับสนุนวิสัยทัศน์ที่กล้าหาญของประเทศไทย เราเชื่อมั่นว่าไทยมีองค์ประกอบ โครงสร้างพื้นฐาน และความมุ่งมั่นที่จะเป็น ‘ครัวฮาลาลของโลก’ ได้จริง โดยจะเร่งยกระดับมาตรฐาน การเชื่อมโยงทางการค้า และความพร้อมในการส่งออกให้ SME ไทยนับพันราย เปลี่ยนศักยภาพให้เป็นผลกำไรและการลงทุนที่จับต้องได้

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 ก.พ. 69)