สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สหรัฐจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระหว่างประเทศที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ในวันนี้ (4 ก.พ.) เพื่อหารือเกี่ยวกับการเพิ่มการเข้าถึงแร่ธาตุสำคัญ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดอิทธิพลของจีนในการควบคุมแร่ธาตุสำคัญในห่วงโซ่อุปทานโลก
ทั้งนี้ ไทย เกาหลีใต้ อินเดีย ญี่ปุ่น เยอรมนี ออสเตรเลีย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เป็นส่วนหนึ่งของกว่า 50 ประเทศที่จะเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีในวันนี้
นายดัก เบอร์กัม รัฐมนตรีมหาดไทยสหรัฐ กล่าวเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ว่า จะมีการประกาศรายชื่ออีก 11 ประเทศที่จะเข้าร่วม "กลุ่มประเทศการค้าแร่ธาตุสำคัญ" ภายในสัปดาห์นี้ ต่อจากสหรัฐ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ซาอุดีอาระเบีย และไทย โดยมีอีก 20 ประเทศที่แสดงความสนใจอย่างจริงจังในการเข้าร่วม
นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ และนายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ จะกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมวันนี้ ซึ่งจะมีรัฐมนตรีจากยุโรป เอเชีย แอฟริกา และลาตินอเมริกาเข้าร่วม โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุว่า การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อผลักดันความร่วมมือในการเสริมสร้างและกระจายห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญ
การประชุมครั้งนี้มีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เปิดตัวโครงการคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของแร่ธาตุสำคัญเมื่อวันที่ 2 ก.พ. ภายใต้ชื่อ Project Vault โดยได้รับเงินทุนตั้งต้น 10,000 ล้านดอลลาร์จากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าของสหรัฐ รวมทั้งเงินทุนจากภาคเอกชนอีก 2,000 ล้านดอลลาร์
ทั้งนี้ สหรัฐมีความกังวลต่อการที่จีนใช้การครอบงำกระบวนการแปรรูปแร่ธาตุจำนวนมากเป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจ โดยบางครั้งจีนใช้มาตรการจำกัดการส่งออก กดราคา และตัดทอนความสามารถของประเทศอื่น ๆ ในการกระจายแหล่งที่มาของวัสดุซึ่งใช้ในการผลิต เซมิคอนดักเตอร์ รถยนต์ไฟฟ้า และอาวุธขั้นสูง
มาตรการของจีนในการเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการส่งออกแร่หายากในปี 2568 ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ในยุโรปและสหรัฐต้องชะลอหรือระงับการผลิต ขณะเดียวกัน ภาวะล้นตลาดของแร่ลิเทียมที่เกิดจากจีนก็ทำให้แผนการขยายการผลิตในสหรัฐต้องหยุดชะงักลง
การพึ่งพาจีนในลักษณะดังกล่าวทำให้สหรัฐและพันธมิตรเกิดความกังวลอย่างมาก แม้ว่าพวกเขาจะพยายามออกนโยบายเพื่อสร้างอุตสาหกรรมเหมืองแร่และการแปรรูปภายในประเทศสำหรับลิเทียม นิกเกิล แร่หายาก และแร่ธาตุสำคัญอื่น ๆ
อิทธิพลของจีนได้ปรากฏชัดในเดือนต.ค.2568 เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยอมลดภาษีศุลกากรให้แก่จีน เพื่อแลกกับคำมั่นสัญญาจากจีนว่าจีนจะยังไม่บังคับใช้มาตรการจำกัดการส่งออกแร่หายากที่เข้มงวดมากขึ้น
ขณะนี้ สหรัฐและพันธมิตรกำลังพิจารณามาตรการต่าง ๆ ได้แก่ การประสานแรงจูงใจด้านการค้าและการลงทุน การสนับสนุนการเปิดเหมืองและโรงแปรรูป รวมทั้งการแทรกแซงตลาด เช่น การกำหนดราคาขั้นต่ำ การตั้งคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ และการจำกัดการส่งออก เพื่อลดทอนอำนาจต่อรองของจีนเหนือห่วงโซ่อุปทานที่มีความสำคัญต่อการผลิตสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงและสำคัญต่อความมั่นคงของชาติ
'ผมคิดว่านี่เป็นการยอมรับของสหรัฐว่าจำเป็นต้องร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ เพื่อลดความเปราะบางในด้านที่จีนมีอำนาจครอบงำด้านอุปทาน'