นักลงทุนพากันเพิ่มน้ำหนักต่อคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมี.ค. ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับตลาดแรงงานที่อ่อนแอ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 22.7% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.25-3.50% ในการประชุมเดือนมี.ค. จากเดิมที่ให้น้ำหนัก 9.4% เมื่อวานนี้
นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 77.3% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเดือนมี.ค. จากเดิมที่ให้น้ำหนัก 90.6% เมื่อวานนี้
สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน ลดลง 386,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 6.54 ล้านตำแหน่งในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2563 และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 7.20 ล้านตำแหน่ง จากระดับ 6.92 ล้านตำแหน่งในเดือนพ.ย.
นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เพิ่มขึ้น 22,000 ราย สู่ระดับ 231,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2568 และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 212,000 ราย
Challenger, Gray & Christmas ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการจ้างงาน เปิดเผยว่า การประกาศเลิกจ้างพนักงานของภาคเอกชนในสหรัฐพุ่งขึ้นอย่างมากในเดือนมกราคม
ทั้งนี้ นายจ้างในสหรัฐประกาศแผนการเลิกจ้างพนักงานรวม 108,435 ตำแหน่งในเดือนมกราคม เพิ่มขึ้น 118% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 และเพิ่มขึ้น 205% จากเดือนธันวาคม 2568
ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นระดับสูงสุดสำหรับเดือนมกราคมของทุกปีนับตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจเผชิญภาวะถดถอยรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ยุคเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่
นอกจากนี้ บริษัทต่าง ๆ ประกาศแผนการจ้างงานใหม่เพียง 5,306 ตำแหน่งในเดือนมกราคม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดสำหรับเดือนมกราคมของทุกปีนับตั้งแต่ปี 2552 เช่นกัน
ทั้งนี้ แผนการจ้างงานใหม่ลดลง 13% เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2568 และลดลงถึง 49% จากเดือนธันวาคม 2568
ก่อนหน้านี้ หลายฝ่ายมองว่าตลาดแรงงานอยู่ในภาวะ "ไม่จ้างเพิ่ม และไม่ไล่ออก" (no-hire, no-fire) แต่ข้อมูลของ Challenger กลับชี้ให้เห็นว่า การปลดพนักงานกำลังเพิ่มขึ้น
'โดยทั่วไป เรามักเห็นการเลิกจ้างพนักงานจำนวนมากในไตรมาสแรกอยู่แล้ว แต่ตัวเลขของเดือนมกราคมครั้งนี้ถือว่าสูงผิดปกติ แผนการปลดพนักงานส่วนใหญ่ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ปลายปี 2568 ซึ่งสะท้อนว่านายจ้างไม่ได้มองแนวโน้มปี 2569 ในแง่ดีนัก' แอนดี แชลเลนเจอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดแรงงานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้ของบริษัท Challenger, Gray & Christmas กล่าว
ทั้งนี้ บริษัท Amazon, UPS และ Dow Inc. ได้ประกาศแผนปลดพนักงานจำนวนมาก ขณะที่ภาคการขนส่งมีการเลิกจ้างสูงสุดในเดือนมกราคม โดยได้รับผลกระทบจากแผนของ UPS ที่จะลดพนักงานมากกว่า 30,000 คน ขณะที่ภาคเทคโนโลยีอยู่ในอันดับสอง หลังจาก Amazon ประกาศปลดพนักงานราว 16,000 ตำแหน่ง
นักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันพุธที่ 11 ก.พ. จากเดิมที่มีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์ที่ 6 ก.พ. รวมทั้งดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในวันศุกร์ที่ 13 ก.พ. จากเดิมที่มีกำหนดเปิดเผยในวันพุธที่ 11 ก.พ.