สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) สรุปภาวะตลาดตราสารหนี้ประจำสัปดาห์ (2 - 6 กุมภาพันธ์ 2569 2568)
ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ มีมูลค่ารวม 522,706 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 104,541 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 2%
ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 51% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 268,403 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้
ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (state Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาล
ที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 196,673 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond)
มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 35,465 ล้านบาท หรือคิดเป็น 38% และ 7% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ
สำหรับพันธบัตรรัฐบาล ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรกคือรุ่น LB456A (อายุ 19.4 ปี) LB353A (อายุ 9.1 ปี) และ LB436A (อายุ 17.4 ปี)
โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 27,498 ล้านบาท 15,621 ล้านบาท และ 15,576 ล้านบาท ตามลำดับ
ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รุ่น TLT28OA (AAA)
มูลค่าการซื้อขาย 2,474 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รุ่น FPT301B (A) มูลค่าการซื้อขาย 1,505 ล้านบาท
และหุ้นกู้ของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) รุ่น PTTGC341A (AA-(tha)) มูลค่าการซื้อขาย 1,459 ล้านบาท
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวลดลงประมาณ 5-18 bps. ในตราสารระยะยาว ส่วนหนึ่งมาจากนักลงทุนปรับพอร์ทการลงทุน ด้านปัจจัยในประเทศ
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) ประจำเดือน ม.ค.69 เท่ากับ 99.91 หรือลดลง 0.66% (YoY)
เนื่องจากจากการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน ทั้งน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าไฟฟ้าที่ปรับลดลงตามสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลก ด้านปัจจัยต่างประเทศ
เอสแอนด์พี โกลบอล รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของสหรัฐฯ ประจำเดือน ม.ค. ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 52.7 สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
ที่ระดับ 52.5 ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของจีน ประจำเดือน ม.ค. 69 อยู่ระดับ 49.4 ลดลง 0.8% จากระดับของเดือน ธ.ค. 68
ด้านผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) เมื่อวันที่ 5 ก.พ. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายเงินฝากอยู่ที่ระดับ 2.00% อัตราดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ที่ระดับ 2.40%
และอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์อยู่ที่ระดับ 2.15% ตามการคาดการณ์ของตลาด
สัปดาห์ที่ผ่านมา (2 - 6 กุมภาพันธ์ 2569) กระแสเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดตราสารหนี้ไทยรวมสุทธิ 6,921 ล้านบาท โดยเป็นการซื้อสุทธิ
ในตราสารหนี้ระยะสั้น (ST) (อายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี) 585 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว (LT) (อายุมากกว่า 1 ปี) 6,346 ล้านบาท
และมีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ 10 ล้านบาท
หมายเหตุ: อันดับเครดิต หมายถึง อันดับเครดิตของหุ้นกู้เฉพาะรุ่น หรือ อันดับเครดิตของผู้ออกหุ้นกู้
ดัชนีหุ้นกู้เอกชน (Corp Bond Gross Price Index) เปลี่ยนเป็น ดัชนีหุ้นกู้เอกชน(MTM Corp Bond Gross Price Index) ตั้งแต่ ม.ค. 2565
ความเคลื่อนไหวในตลาดตราสารหนี้ไทย สัปดาห์นี้ สัปดาห์ก่อนหน้า เปลี่ยนแปลง สมตั้งแต่ต้นปี
(2 - 6 ก.พ. 69) (26 - 30 ม.ค. 69) (%) 1 ม.ค. - 6 ก.พ. 69)
มูลค่าการซื้อขาย แบบปกติ - Outright Trading (ล้านบาท) 522,705.97 513,520.84 1.79% 2,738,299.15
มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (ล้านบาท) 104,541.19 102,704.17 1.79% 109,531.97
ดัชนีพันธบัตรรัฐบาล (Gov Bond Gross Price index) 109.77 108.77 0.92%
ดัชนีหุ้นกู้เอกชน (MTM Corp Bond Gross Price Index) 109.12 108.88 0.22%
เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Gov Bond Yield Curve) --%
ช่วงอายุของตราสารหนี้ 1 เดือน 6 เดือน 1 ปี 3 ปี 5 ปี 10 ปี 15 ปี 30 ปี
สัปดาห์นี้ (6 ก.พ. 69) 1.12 1.13 1.15 1.21 1.31 1.87 2.29 2.81
สัปดาห์ก่อนหน้า (30 ม.ค. 69) 1.12 1.13 1.14 1.28 1.36 2.01 2.47 2.91
เปลี่ยนแปลง (basis point) 0 0 1 -7 -5 -14 -18 -10
โดย วิภาดา ภัคพลชวัล