(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้าปรับขึ้น มีลุ้น 1,400 ตอบรับเลือกตั้ง"ภูมิใจไทย"เป็นแกนนำรัฐบาล Fund Flow ไหลเข้า

นักวิเคราะห์ฯ คาดตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดปรับตัวขึ้นขานรับผลการเลือกตั้ง หลังพรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้งถล่มทลาย ทำให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และสะท้อนภาพรัฐบาลที่มีเสถียรภาพและดำเนินนโยบายได้ต่อเนื่อง หนุน Fund Flow ไหลเข้าตลาดหุ้นไทย พร้อมให้แนวต้าน 1,380-1,400 จุด แนวรับ 1,330-1,350 จุด

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า แนวโน้ม

ตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่าปรับตัวขึ้น ขานรับผลการเลือกตั้งในประเทศจากผลที่ออกมาพรรคภูมิใจไทย สามารถชนะการเลือกตั้งได้ถล่มทลาย และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ทำให้ภาพรวมของรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นมีเสถียรภาพ และมีการดำเนินนโยบายได้ต่อเนื่อง

ขณะที่ปัจจัยการเมืองในประเทศที่ออกมาคาดว่าจะล่งผลบวกต่อเม็ดเงิน (Fund Flow) ไหลเข้าตลาดหุ้นได้ต่อเนื่อง ทำให้เป็นปัจจัยที่หนุนดัชนีได้ในวันนี้

โดยให้แนวต้าน 1,380-1,400 จุด แนวรับ 1,330-1,350 จุด


*ประเด็นพิจารณาการลงทุน


- ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (6 ก.พ.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 50,115.67 จุด เพิ่มขึ้น 1,206.95 จุด หรือ +2.47%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,932.30 จุด เพิ่มขึ้น 133.90 จุด หรือ +1.97% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,031.21 จุด เพิ่มขึ้น 490.63 จุด หรือ +2.18%

- ตลาดหุ้นเอเชียภาคเช้า ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 55,130.63 จุด เพิ่มขึ้น 876.95 จุด หรือ +1.61% และหลังจากตลาดเปิดทำการได้ไม่นาน ดัชนีนิกเกอิทะยานขึ้นแข็งแกร่งถึง 2,872.56 จุด หรือ +5.29% แตะที่ 57,126.24 จุด โดยนับเป็นครั้งแรกที่ดัชนีนิกเกอิพุ่งขึ้นทะลุระดับ 57,000 จุด ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,103.54 จุด เพิ่มขึ้น 37.96 จุด หรือ +0.93% และดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 26,982.49 จุด เพิ่มขึ้น 422.54 จุด หรือ +1.59%

- ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (6 ก.พ.) 1,354.01 จุด เพิ่มขึ้น 7.78 จุด (+0.58%) มูลค่าซื้อขาย 47,476.09 ล้านบาท

- นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (6 ก.พ.) 2,943.70 ล้านบาท

- ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. (6 ก.พ.) เพิ่มขึ้น 26 เซนต์ หรือ 0.41% ปิดที่ 63.55 ดอลลาร์/บาร์เรล

- ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (6 ก.พ.) อยู่ที่ 5.97 เหรียญ/บาร์เรล

- เงินบาทเปิด 31.35 แข็งค่าสุดในภูมิภาค รับดอลลาร์อ่อนค่า-ราคาทองขยับขึ้น-ตอบรับผลเลือกตั้งไทย

- เปิดสถิติย้อนหลัง 30 ปี หลังเลือกตั้ง 1 เดือน ลมใต้ปีกสนับสนุนโอกาสดัชนีหุ้นไทยฟื้นตัวเฉลี่ย 2.5% "ไพบูลย์"

ชี้หุ้นไทยจ่อทะลุ 1,350 จุด ชูเงื่อนไขรัฐบาล 300 เสียง หนุนตลาดโต-สร้างความเชื่อมั่นเศรษฐกิจ "เทิดศักดิ์" ส่องโพลรัฐบาลใหม่ ฟอร์มทีมไม่ยุ่งยาก-สูตรไหนก็มีเสถียรภาพ ดันหุ้นไทยพุ่ง 2.5%

- เปิดไทม์ไลน์ตั้งรัฐบาลใหม่ มีเวลาจับขั้ว 2-3 เดือน หลัง กกต.มีเวลา 2 เดือนรับรองผล สส. 95% จากนั้นเลือกนายกฯและเห็นโฉมหน้ารัฐบาลใหม่ คาดเริ่มบริหารประเทศช่วงกลางปี ด้านภาคธุรกิจหวังรัฐบาลอยู่ยาวครบเทอม กรุงศรีฯเร่งทำแผนดึงดูดต่างชาติลงทุน ปธ.สมาคมแบงก์ชี้ระยะสั้นยังต้องกระตุ้นเศรษฐกิจแต่ต้องเชื่อมโยงกับแผนอื่นๆ ด้วย ห้างชูเร่งจับจ่าย-รุกท่องเที่ยวเพราะฟื้นเศรษฐกิจได้เร็วสุด อสังหาฯอยากเห็นรัฐบาลมืออาชีพ เน้นคนเก่งมาบริหาร

- บิ๊ก ตลท. หวังจัดตั้งรัฐบาลเร็วหลังเลือกตั้ง ช่วยดันเงินต่างชาติเข้าหุ้นไทย พร้อมดีลรัฐบาลใหม่เดินหน้าโครงการ TISA เพิ่มสิทธิประโยชน์ Jump+ และนำบริษัทรับการส่งเสริม BOI เข้าตลาด ด้านนายกสมาคมกองทุน หวังเสถียรภาพรัฐบาล และมุ่งมั่นผลักดันเศรษฐกิจ ลั่นหุ้นไทยน่าสนใจมีโอกาสแตะ 1,400 จุด ส่วนฟินโนมีนามองไกล 1,500 จุด

- ตลท.กางแผนดึงฟันด์โฟลว์ เล็งขยับเพดานต่างชาติถือหุ้นไทย โดยเฉพาะหุ้นแบงก์ จ่อหารือธปท.ปรับเกณฑ์ให้ยืดหยุ่น พร้อมเร่งเครื่องเพิ่มน้ำหนักตลาดหุ้นไทยในดัชนี MSCI จากปัจจุบันเหลือ 1.3-1.4% "โครงการ JUMP+ - โครงการ BOI To BOI" รวมถึงโรดโชว์มากขึ้น เผยอยู่ระหว่างทบทวนเกณฑ์กำกับซื้อขาย รวมถึงเวลาเทรด หวังตั้งหน่วยงานพิเศษพิจารณาคดีตลาดทุน เพื่อดำเนินการลงโทษรวดเร็ว

- "กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ" กางแผนปี 69 จ่อคิวเสนอ ครม.ชุดใหม่ พิจารณาอนุมัติผู้ชนะสัมปทานรอบ 25 พร้อมเคาะรอบ 26 "อันดามัน" คาดประกาศเปิดประมูลได้กลางปี 69 และเดินหน้าแก้กฎหมายปิโตรเลียม เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง ส่วนโครงการ CCS อยู่ระหว่างหารือ ก.คลัง ปลดล็อกภาษี


*หุ้นเด่นวันนี้

- GULF (อินโนเวสท์ เอกซ์) ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นผลการเลือกตั้งที่ชัดเจน คาดรัฐบาลใหม่มีเสถียรภาพ และจะได้รับเงินปันผลพิเศษจาก ADVANC แนวโน้มกำไรไตรมาส 4/68 มีโอกาสเติบโต จากโรงไฟฟ้า Jackson ที่เติบโตตาม Capacity Payment ที่เพิ่มขึ้น การเริ่ม COD ในโครงการ Solar 5 แห่งช่วยหนุน เป้าหมายระยะสั้นที่ 52.00 บาท

- MTC (ฟินันเซีย ไซรัส) "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 46 บาท เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/68 ที่ 1.74 พันล้านบาท +1% QoQ, +13% YoY หนุนจากการเติบโตของสินเชื่อและรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์มีพัฒนาการเชิงบวก โดย NPL Ratio ลดลงต่อเนื่อง จบปี 68 คาดกำไรสุทธิ 6.7 พันล้านบาท +14% YoY และปี 69 คาดเติบโตต่อเนื่องอีก +15% YoY เป็น 7.7 พันล้านบาท โดยมี Sentiment บวกจากความชัดเจนทางการเมืองและนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะถัดไป เช่น คนละครึ่งพลัสเฟส 2

- CK (เมย์แบงก์) เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 20.00 บาท ผลการเลือกตั้ง (แบบไม่เป็นทางการ) พรรคภูมิใจไทยได้สส.มากที่สุด เกือบ 200 คน เทียบกับเบอร์ 2 ที่ประมาณ 115 คน ส่งผลให้เสถียรภาพรัฐบาลมีมากขึ้น หนุน Sentiment กลุ่มก่อสร้างอย่าง CK ณ สิ้นงวด ไตรมาส 3/68 CK มี Backlog อยู่ที่ 1.8 แสนล้านบาท รองรับรายได้ 3-4 ปี ข้างหน้า ส่วนงานประมูลเพิ่มเติมในระยะถัดไป อาทิ Double Deck หนุน Upside ณ ราคาปัจจุบัน ซื้อขาย PE’69 ที่ 8 เท่า (-1.25SD ของเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี)