ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดีดตัวขึ้นกว่า 100 จุดในช่วงเช้าวันนี้ (9 ก.พ.) ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดทะยานขึ้น 1,206.95 จุดและทะลุระดับ 50,000 จุดเป็นครั้งแรกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (6 ก.พ.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ รวมทั้งรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน
ณ เวลา 06.45 น.ตามเวลาไทยในวันนี้ ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์อยู่ที่ระดับ 50,315 จุด เพิ่มขึ้น 110 จุด หรือ +0.22%
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันพุธนี้ (11 ก.พ.) ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 68,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 50,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานทรงตัวที่ระดับ 4.4%
-- พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของญี่ปุ่น ได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งทั่วไปซึ่งจัดขึ้นในวันอาทิตย์ (8 ก.พ.) โดยชัยชนะครั้งนี้จะช่วยให้นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ มีแรงขับเคลื่อนสำคัญในการผลักดันนโยบายแนวอนุรักษนิยม ซึ่งรวมถึงนโยบายการคลังเชิงรุกและการเพิ่มขีดความสามารถของญี่ปุ่นในการป้องกันประเทศ
การที่พรรค LDP สามารถผ่านเกณฑ์การได้ที่นั่ง 2 ใน 3 หรือ 310 ที่นั่งจากทั้งหมด 465 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรนั้น ทำให้พรรค LDP กลายเป็นพรรคแรกที่ทำสำเร็จในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นยุคหลังสงคราม ซึ่งจะทำให้พรรคสามารถดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญและผ่านร่างกฎหมายต่าง ๆ ได้ แม้ว่าร่างกฎหมายเหล่านั้นจะถูกปฏิเสธโดยวุฒิสภาซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลยังคงเป็นเสียงข้างน้อยอยู่ก็ตาม
-- สกุลเงินเยนอ่อนค่าลง 0.3% สู่ระดับ 157.62 เยนต่อดอลลาร์ ในการซื้อขายที่ตลาดเอเชียช่วงเช้าวันนี้ (9 ก.พ.) หลังจากพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของญี่ปุ่น ได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งทั่วไปซึ่งจัดขึ้นในวันอาทิตย์ (8 ก.พ.) ซึ่งจะเปิดทางให้นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ สามารถใช้มาตรการกระตุ้นทางการคลังได้มากขึ้น
นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิให้คำมั่นสัญญาภายหลังรู้ผลการเลือกตั้งว่า เธอจะเดินหน้านโยบายการคลังในรูปแบบที่ "มีความรับผิดชอบ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นนโยบายเชิงรุก" ซึ่งคำประกาศดังกล่าวทำให้นักลงทุนวิตกกังวลว่ารัฐบาลภายใต้การนำของทาคาอิจิอาจทำให้ภาระหนี้สินของญี่ปุ่นปรับตัวสูงขึ้นอีก และจะส่งผลให้สถานะการคลังของประเทศเผชิญภาวะถดถอย
-- ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ (Samsung Electronics) บริษัทผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของโลกจากเกาหลีใต้ จะเริ่มผลิตชิปหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง "HBM4" แบบผลิตจำนวนมาก หรือ mass production ภายในเดือนนี้
ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ซัมซุงวางแผนว่าจะเริ่มจัดส่งชิป HBM4 อย่างเร็วที่สุดหลังวันหยุดเทศกาลซอลลัล หรือปีใหม่เกาหลี (ปีนี้ตรงกับวันที่ 16-18 ก.พ.) เพื่อนำไปใช้กับชิปของบริษัทอินวิเดีย (Nvidia) ผู้ผลิตชิปรายใหญ่จากสหรัฐอเมริกา
แหล่งข่าวเสริมว่า อินวิเดียมีแผนนำชิปหน่วยความจำ HBM4 ไปใช้กับชิปประมวลผล AI รุ่นใหม่ของบริษัท ที่มีชื่อว่า "Vera Rubin" โดยซัมซุงได้ผ่านกระบวนการรับรองคุณภาพจากอินวิเดียและได้รับคำสั่งซื้อแล้ว ขณะที่ตารางการผลิตชิป HBM4 ถูกกำหนดให้สอดคล้องกับแผนการเปิดตัวชิป Vera Rubin ของอินวิเดีย
-- ยอดขายหนังสือและนิตยสารแบบรูปเล่มในญี่ปุ่นปรับตัวลดลง 4.1% จากปีก่อนหน้า สู่ระดับ 9.647 แสนล้านเยนในปี 2568 นับว่าร่วงลงต่ำกว่าระดับ 1 ล้านล้านเยนเป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปี
แม้ว่าจะรวมกับยอดขายในรูปแบบดิจิทัล ยอดขายหนังสือและนิตยสารโดยรวมก็ยังลดลงเป็นปีที่ 4 ติดต่อกันในปี 2568 โดยปรับตัวลง 1.6% แตะที่ระดับ 1.55 ล้านล้านเยนโดยประมาณ
สถาบันวิจัยสื่อสิ่งพิมพ์ของญี่ปุ่นรายงานว่า ในปี 2568 ยอดขายนิตยสารแบบรูปเล่มลดลง 10.0% สู่ระดับ 3.708 แสนล้านเยน โดยนิตยสารรายสัปดาห์ดิ่งลงมากเป็นประวัติการณ์ถึง 17.9% แตะที่ 5.13 หมื่นล้านเยน ส่วนนิตยสารรายเดือนลดลง 8.6% เหลือ 3.195 แสนล้านเยน
-- อินเดียตั้งเป้าที่จะพัฒนาขีดความสามารถในการออกแบบและผลิตชิปเพื่อตอบสนองการใช้งานภายในประเทศประมาณ 70-75% ภายในปี 2572
ในบทความที่เผยแพร่โดยสำนักสารสนเทศของรัฐบาลกลางอินเดียในวันเสาร์ (7 ก.พ.) ระบุว่า ตลาดเซมิคอนดักเตอร์ของอินเดียมีมูลค่าประมาณ 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2566 จากนั้นเพิ่มขึ้นเป็น 4.5-5.0 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วงปี 2567-2568 และคาดว่าจะพุ่งแตะระดับ 1.0-1.1 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2573
บทความระบุว่า โครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ "India Semiconductor Mission 2.0" ในระยะต่อไป จะมุ่งเน้นไปที่การผลิตขั้นสูง โดยมีแผนงานที่ชัดเจนเพื่อบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตชิป 3 นาโนเมตร และ 2 นาโนเมตร
-- ธนาคารกลางจีน (PBOC) เดินหน้าซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 15 ซึ่งตอกย้ำความต้องการทองคำจากภาครัฐที่ยังแข็งแกร่ง แม้ราคาทองคำเผชิญแรงเทขายอย่างหนักในตลาดช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา หลังจากปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
PBOC เปิดเผยว่า ปริมาณทองคำสำรองของจีนเพิ่มขึ้น 40,000 ทรอยออนซ์ในเดือนที่ผ่านมา โดยการเข้าซื้อรอบล่าสุดเริ่มต้นตั้งแต่เดือนพ.ย. 2567
สภาทองคำโลก (WGC) ระบุว่า การเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก ซึ่งถือเป็นปัจจัยโครงสร้างสำคัญของตลาด เพิ่มขึ้นในไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 ส่งผลให้ยอดซื้อรวมตลอดทั้งปีอยู่ที่มากกว่า 860 ตัน แม้ต่ำกว่าระดับมากกว่า 1,000 ตันต่อปีในช่วง 3 ปีก่อนหน้า แต่ WGC มองว่า อุปสงค์ทองคำยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง และยังคงตอกย้ำบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์สำรองของภาครัฐ
-- เจนเซน หวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่า การทุ่มงบลงทุนจำนวนมากในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เป็นสิ่งจำเป็นและเหมาะสม เนื่องจากอุตสาหกรรมกำลังอยู่ในช่วงการสร้างโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในรอบหลายชั่วอายุคน และจะดำเนินต่อเนื่องไปอีกหลายปี
หวงให้สัมภาษณ์กับ CNBC เมื่อวันศุกร์ (6 ก.พ.) ว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ยังต้องใช้เวลาอีกราว 7–8 ปี พร้อมมองว่า AI จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงรากฐานของกระบวนการประมวลผลในทุกมิติอย่างสิ้นเชิง
มุมมองดังกล่าวช่วยหนุนให้ราคาหุ้นอินวิเดียปิดตลาดปรับตัวขึ้น 7.9% ซึ่งถือเป็นการปรับตัวขึ้นรายวันที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2568