ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (12 ก.พ.) โดยดอลลาร์ยังคงได้รับปัจจัยหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า ตัวเลขจ้างงานที่แข็งแกร่งจะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.1% แตะที่ 96.928
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 152.94 เยน จากระดับ 152.83 เยนในวันพุธ (11 ก.พ.) และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3611 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3561 ดอลลาร์แคนาดา แต่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.7697 ฟรังก์ จากระดับ 0.7703 ฟรังก์
ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1866 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1882 ดอลลาร์ในวันพุธ ส่วนเงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3623 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3637 ดอลลาร์
นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดอาจชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ย หลังมีการเปิดเผยข้อมูลแรงงานที่แข็งแกร่ง โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันพุธว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้น 130,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. ซึ่งมากกว่าในเดือนธ.ค.ที่เพิ่มขึ้นเพียง 48,000 ตำแหน่ง และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 66,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราว่างงานลดลงสู่ระดับ 4.3% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.4%
ล่าสุด กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่าตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 5,000 ราย สู่ระดับ 227,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด ด้านนักวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี CPI จะเพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.7% ในเดือนธ.ค. และคาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.6% ในเดือนธ.ค.