นางประวีรัตน์ เทวอักษร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.วิลล่า คุณาลัย [KUN] กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้ายอดขาย (Presales) ในปี 69 ที่ 1.2 พันล้านบาท และเป้ารายได้ที่ 600 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นโครงการนาวาร่า พระราม 2 และโครงการนาวาร่า รังสิต-คลอง 2 เป็นหลัก เนื่องจากเป็นโซนที่ความต้องการบ้านสูง โดยโครงการนาวาร่า รังสิต–คลอง 2 เตรียมเปิดตัวบ้านสั่งสร้าง (Made-to-Order) ราคา 9-25 ล้านบาท เจาะตลาดบ้านหรูสำหรับลูกค้าที่ต้องการพื้นที่ใหญ่ ฟังก์ชันเฉพาะ และความเป็นส่วนตัว
โดยภาพรวมอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ในปี 69 ยังเผชิญความท้าทายต่อเนื่อง กำลังซื้อฟื้นตัวช้า หนี้ครัวเรือนสูง และสถาบันการเงิน เข้มงวด ทำให้การแข่งขันในตลาด โดยเฉพาะบ้านแนวราบราคาระดับกลางมีการแข่งขันสูง แต่อย่างไรก็ตาม ตลาด Real Demand ยังมีอยู่โดยเฉพาะบ้านโซนปริมณฑลที่ราคาเข้าถึงได้ โดยกลุ่มผู้ซื้อเน้นบ้านเพื่ออยู่อาศัยระยะยาวมากกว่าการเก็งกำไร
ขณะเดียวกันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณค่า มากกว่าราคาเพียงอย่างเดียว ทั้งเรื่องคุณภาพทำเล ฟังก์ชันบ้าน และคุณภาพชีวิต โดยปัจจุบันคุณาลัย มีโครงการอสังหาฯ ครบ 4 ทิศรอบกรุงเทพฯ-ปริมณฑล โดยทิศตะวันตก โซนบางบัวทอง-บางใหญ่, ทิศใต้ โซนพระราม 2, ทิศเหนือ โซนรังสิต-ปทุมธานี และทิศตะวันออก โซนฉะเชิงเทรา โดยบริษัทฯ ยังคงมุ่งสร้างการรับรู้แบรนด์มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภค และตอบโจทย์ครอบครัว ระดับกลาง ด้วยฟังก์ชันครบทุกมิติ ภายใต้ราคาที่จับต้องได้ ส่งผลให้ บริษัทตั้งเป้าหมาย 3 ปีข้างหน้า (ปี 69-71) สู่การเป็นหนึ่งในผู้นำ ตลาดอสังหาริมทรัพย์แนวราบ ในเขตปริมณฑล โดยมุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ มากกว่าการขยายตัวเชิงปริมาณเพียงอย่างเดียว
สำหรับ KUN ในปี 69 เป็นต้นไปจะมุ่งเน้นสร้างความแตกต่าง ในตลาดอสังหาฯ แนวราบผ่านการออกแบบที่เน้น คุณภาพชีวิตระยะยาว เนื่องจากในปัจจุบันเทรนด์ "Longevity" ไม่ใช่เพียงกระแสสุขภาพระยะสั้น แต่เป็นเมกะเทรนด์ระดับโลก ที่มีรากฐานจากโครงสร้าง ประชากรและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ จากปัจจัยดังกล่าวทำให้บริษัทฯ เห็นโอกาสการ เดินหน้า สู่แนวคิดในการต่อยอดธุรกิจ จากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สู่การออกแบบ "ระบบการอยู่อาศัยเพื่ออายุวัฒน์" หรือ Longevity Living Ecosystem โดยผสานองค์ประกอบ อาทิ ทำเลที่มีคุณภาพอากาศดี พื้นที่สีเขียวรอบๆ การออกแบบพื้นที่ส่วนกลางที่ส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสุขภาวะ และแนวคิดดูแลก่อนป่วย ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการพัฒนาโครงการ
"เราเชื่อว่า Longevity Living จะเป็นหนึ่งในทิศทางการเติบโต เชิงกลยุทธ์ขององค์กรในระยะยาว ที่เชื่อมโยงการพัฒนา โครงการ กับเมกะเทรนด์ ด้านสุขภาพ และโครงสร้าง ประชากรของประเทศในอนาคต" นางประวีรัตน์ กล่าว
โดยที่ในส่วนการต่อยอดธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Longevity Living บริษัทยังมีที่ดินที่รองรับการพัฒนาใกลิกับโครงการ NAVARA พระราม 2 ที่จะนำมาพัฒนาธุรกิจที่สร้าง Passive income ในอนาคต โดยปัจจุบันอยู่ระหว่บงการพูดคุยกับพันธมิตรที่สนใจเข้ามาร่วมทุนในการดำเนินธุรกิจร่วมกัน คาดว่าจะเริ่มสามารถเปิดเผยรายละเอียดในหารลงทุนเบื้องต้นได้ภายในครึ่งปีหลังของปี 69 ซึ่งการต่อยอดธุรกิจดังกล่าวจะเข้ามาสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอให้กับบริษัทในอนาคต