นายดาริโอ อาโมเดอี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท แอนโทรปิก (Anthropic) จะเข้าพบนายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ที่กระทรวงกลาโหมในวันพรุ่งนี้ (24 ก.พ.) เพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับแนวทางที่กองทัพจะนำโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของแอนโทรปิกไปใช้งาน
ทั้งนี้ การเจรจาระหว่างแอนโทรปิกและกระทรวงกลาโหมได้หยุดชะงักลงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากทั้งสองฝ่ายมีความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับเงื่อนไขการนำโมเดล AI ของแอนโทรปิกไปใช้งาน
แอนโทรปิกต้องการหลักประกันว่าโมเดลของบริษัทจะไม่ถูกนำไปใช้กับอาวุธอัตโนมัติ หรือใช้ในการสอดแนมประชาชนชาวอเมริกัน ขณะที่กระทรวงกลาโหมยืนยันว่าต้องการใช้โมเดลดังกล่าวในทุกกรณีที่ชอบด้วยกฎหมาย โดยไม่มีข้อจำกัด
โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า กระทรวงฯ กำลังพิจารณาทบทวนสัญญาว่าจ้างบริษัทแอนโทรปิก เนื่องจากทางบริษัทมีมุมมองที่ไม่สอดคล้องกับกระทรวงฯ เกี่ยวกับการใช้งานโมเดล AI
ทั้งนี้ แอนโทรปิก เป็นบริษัทสตาร์ตอัปของสหรัฐที่มุ่งพัฒนา AI ขั้นสูงที่ปลอดภัย มีจริยธรรม และควบคุมได้
แอนโทรปิกได้รับสัญญาวงเงิน 200 ล้านดอลลาร์ หรือราว 6,200 ล้านบาท จากกระทรวงกลาโหมสหรัฐในปีที่แล้ว และขณะนี้ แอนโทรปิกเป็นบริษัท AI เพียงรายเดียวที่นำโมเดลไปใช้งานบนเครือข่ายลับของทางกระทรวงฯ พร้อมกับพัฒนาโมเดลเฉพาะสำหรับลูกค้าด้านความมั่นคงแห่งชาติ
ทั้งนี้ คู่แข่งของแอนโทรปิก ได้แก่ OpenAI, Google และ xAI ต่างก็ได้รับสัญญาจากกระทรวงกลาโหมวงเงิน 200 ล้านดอลลาร์เช่นกัน โดยบริษัทเหล่านี้ตกลงยินยอมให้ทางกระทรวงฯ ใช้โมเดลของตนสำหรับทุกวัตถุประสงค์ที่ถูกกฎหมายในระบบที่ไม่เป็นความลับของกองทัพ และมีหนึ่งบริษัทที่ยินยอมให้ใช้ในทุกระบบ
หากในที่สุด แอนโทรปิกไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขการใช้งานของทางกระทรวงกลาโหม ทางกระทรวงฯ อาจจัดให้บริษัทอยู่ในสถานะ "ความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน" ซึ่งจะทำให้คู่ค้าหรือคู่สัญญาของทางกระทรวงฯ ต้องรับรองว่าไม่ได้ใช้โมเดล AI ของแอนโทรปิก ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อบริษัท โดยทางกระทรวงฯ มักกำหนดสถานะดังกล่าวกับหน่วยงานหรือประเทศที่เป็นปฏิปักษ์กับสหรัฐ