หนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal รายงานว่า ในการเจรจานิวเคลียร์รอบใหม่ระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่นครเจนีวาในวันนี้ (26 ก.พ.) สหรัฐได้เรียกร้องให้อิหร่านรื้อถอนโรงงานนิวเคลียร์หลักทั้ง 3 แห่ง และโอนยูเรเนียมเสริมสมรรถนะที่เหลือทั้งหมดไปยังสหรัฐ
รายงานระบุว่า ทำเนียบขาวยืนกรานให้อิหร่านยุติการดำเนินโครงการนิวเคลียร์ที่เมืองฟอร์โดว์ นาทานซ์ และ อิสฟาฮาน พร้อมยอมรับข้อตกลงที่ไม่มีวันหมดอายุ เพื่อปิดกั้นอิหร่านจากการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อย่างถาวร
ทั้งนี้ รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการให้ข้อตกลงใหม่มีความรัดกุมมากกว่าข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 โดยมองว่าข้อตกลงเดิมอ่อนแอเกินไป
นอกจากนี้ สหรัฐจะทำการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรอย่างจำกัดในระยะแรกของข้อตกลง ก่อนที่จะผ่อนคลายเพิ่มเติม หากอิหร่านปฏิบัติตามเงื่อนไขในระยะต่อไป
ด้านอิหร่านยืนยันสิทธิในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม แต่พยายามลดความกังวลของสหรัฐด้วยการยื่นข้อเสนออื่น ๆ เช่น ลดระดับการเสริมสมรรถนะลงเหลือเพียง 1.5% จากเดิมสูงสุด 60% รวมทั้งหยุดการเสริมสมรรถนะเป็นเวลาหลายปี หรือดำเนินการผ่านกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศอาหรับ
ส่วนสหรัฐยืนยันจุดยืนที่ไม่ต้องการให้อิหร่านเสริมสมรรถนะแต่อย่างใด อย่างไรก็ดี คณะเจรจาของสหรัฐอาจเปิดโอกาสให้อิหร่านกลับมาใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ในกรุงเตหะรานที่สามารถแปรรูปยูเรเนียมในระดับต่ำมากเพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์
นอกจากนี้ นายสตีฟ วิทคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของปธน.ทรัมป์ กล่าวว่า หากมีการบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ สหรัฐก็จะจัดการเจรจาต่อเนื่องเกี่ยวกับโครงการขีปนาวุธของอิหร่าน และการที่อิหร่านยังคงให้การสนับสนุนกองกำลังในภูมิภาค