💥*"ทรัมป์" พูดชัด! "ไม่อยากโจมตีอิหร่าน แต่บางครั้งก็จำเป็นต้องทำ"

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า 'ผมอยากจะไม่ใช้กองทัพของสหรัฐในการโจมตีอิหร่าน แต่บางครั้งก็จำเป็นต้องทำ'

อย่างไรก็ดี ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า 'เรายังไม่ได้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะโจมตีอิหร่านหรือไม่ เราจะรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจะมีการพูดคุยกันในวันนี้'

ปธน.ทรัมป์กล่าวถ้อยแถลงดังกล่าว หลังจากที่เขาแสดงความไม่พอใจต่อการที่อิหร่านปฏิเสธข้อเรียกร้องของสหรัฐในการจำกัดโครงการนิวเคลียร์

'เรายังไม่พอใจกับวิธีที่พวกเขากำลังเจรจา พวกเขาไม่สามารถมีอาวุธนิวเคลียร์ได้ ผมไม่พอใจที่พวกเขาไม่เต็มใจให้สิ่งที่เราจำเป็นต้องได้'

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า อาจเกิดสงครามที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลางหรือไม่ หากสหรัฐโจมตีอิหร่าน ปธน.ทรัมป์ตอบว่า 'ผมคิดว่าคุณอาจพูดได้ว่า มีความเสี่ยงอยู่เสมอ มันจะเป็นเรื่องที่ดีมาก หากพวกเขาเจรจาอย่างจริงใจและด้วยความสุจริตใจ แต่จนถึงตอนนี้พวกเขายังไปไม่ถึงจุดนั้น'

สำนักข่าว Fars ของอิหร่านรายงานว่า นายอาห์หมัด คาตามี ผู้นำทางศาสนาของอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านไม่เคยตกลงที่จะระงับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม และจะไม่ดำเนินการเช่นนั้น

นายคาตามีกล่าวว่า การระงับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ โดยอิหร่านจะไม่มีวันยอมรับ "ความอัปยศ" ดังกล่าว

นายคาตามีเสริมว่า ความพยายามของสหรัฐในการกำหนดเงื่อนไขดังกล่าวจะประสบความล้มเหลว

ขณะเดียวกัน นายอโบลฟาซ เชคาร์ชี โฆษกกองทัพอิหร่าน กล่าวว่า กองทัพกำลังติดตามความเคลื่อนไหวของสหรัฐและอิสราเอลอย่างใกล้ชิด

นายเชคาร์ชีปฏิเสธคำขู่ล่าสุดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และกล่าวว่า อิหร่านพร้อมอย่างเต็มที่ในการป้องกันตนเอง โดยการยั่วยุใด ๆ จากกองกำลังสหรัฐหรือกลุ่มพันธมิตรจะได้รับการตอบโต้ที่เด็ดขาด และอิหร่านจะโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐในภูมิภาค

หนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal รายงานก่อนหน้านี้ว่า ในการเจรจานิวเคลียร์รอบที่ 3 ระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่นครเจนีวาในสัปดาห์นี้ สหรัฐได้เรียกร้องให้อิหร่านรื้อถอนโรงงานนิวเคลียร์หลักทั้ง 3 แห่ง และโอนยูเรเนียมเสริมสมรรถนะที่เหลือทั้งหมดไปยังสหรัฐ

รายงานระบุว่า ทำเนียบขาวยืนกรานให้อิหร่านยุติการดำเนินโครงการนิวเคลียร์ที่เมืองฟอร์โดว์ นาทานซ์ และ อิสฟาฮาน พร้อมยอมรับข้อตกลงที่ไม่มีวันหมดอายุ เพื่อปิดกั้นอิหร่านจากการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อย่างถาวร

ทั้งนี้ รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการให้ข้อตกลงใหม่มีความรัดกุมมากกว่าข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 โดยมองว่าข้อตกลงเดิมอ่อนแอเกินไป

นอกจากนี้ สหรัฐจะทำการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรอย่างจำกัดในระยะแรกของข้อตกลง ก่อนที่จะผ่อนคลายเพิ่มเติม หากอิหร่านปฏิบัติตามเงื่อนไขในระยะต่อไป

ด้านอิหร่านยืนยันสิทธิในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม แต่พยายามลดความกังวลของสหรัฐด้วยการยื่นข้อเสนออื่น ๆ เช่น ลดระดับการเสริมสมรรถนะลงเหลือเพียง 1.5% จากเดิมสูงสุด 60% รวมทั้งหยุดการเสริมสมรรถนะเป็นเวลาหลายปี หรือดำเนินการผ่านกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศอาหรับ

ส่วนสหรัฐยืนยันจุดยืนที่ไม่ต้องการให้อิหร่านเสริมสมรรถนะแต่อย่างใด อย่างไรก็ดี คณะเจรจาของสหรัฐอาจเปิดโอกาสให้อิหร่านกลับมาใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ในกรุงเตหะรานที่สามารถแปรรูปยูเรเนียมในระดับต่ำมากเพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์

นอกจากนี้ นายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของปธน.ทรัมป์ กล่าวว่า หากมีการบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ สหรัฐก็จะจัดการเจรจาต่อเนื่องเกี่ยวกับโครงการขีปนาวุธของอิหร่าน และการที่อิหร่านยังคงให้การสนับสนุนกองกำลังในภูมิภาค