กรมการขนส่งทางทะเลของสหรัฐฯ (MARAD) ภายใต้กระทรวงคมนาคม ออกประกาศเตือนให้เรือพาณิชย์ โดยเฉพาะเรือที่ชักธงสหรัฐฯ หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซและน่านน้ำใกล้เคียง ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ทวีความรุนแรง
ประกาศดังกล่าวระบุถึงความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้นในบริเวณอ่าวเปอร์เซีย อ่าวโอมาน และทะเลอาหรับ ซึ่งเชื่อมโยงกับปฏิบัติการทางทหารที่กำลังดำเนินอยู่ และความเป็นไปได้ที่กองกำลังอิหร่านอาจตอบโต้ เจ้าหน้าที่ MARAD เน้นย้ำว่า แม้จะเป็นการเดินเรือพาณิชย์ตามปกติ ก็อาจมีความเสี่ยงที่จะถูกระบุตัวตนผิดพลาด หรือได้รับผลกระทบจากกิจกรรมทางทหารในภูมิภาค
ทั้งนี้ ทางหน่วยงานแนะนำให้เรือสัญชาติอเมริกันรักษาระยะห่างจากเรือรบภายใต้การบังคับบัญชาของสหรัฐฯ อย่างน้อย 30 ไมล์ทะเล และประสานงานกับศูนย์ความมั่นคงทางทะเลอย่างใกล้ชิด เพื่อรับข้อมูลสถานการณ์และเส้นทางเดินเรือที่ปลอดภัยแบบเรียลไทม์
ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในด้านการขนส่งพลังงาน โดยมีปริมาณการขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของโลกผ่านเส้นทางนี้ถึง 20% การหยุดชะงักใด ๆ ในพื้นที่นี้อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดสินค้าโภคภัณฑ์และค่าประกันภัยขนส่งสินค้าทั่วโลก
ล่าสุด หลังเกิดเหตุโจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่านโดยกองกำลังสหรัฐฯ และพันธมิตร ส่งผลให้บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานและกลุ่มผู้ค้าหลายรายเริ่มระงับการขนส่งผ่านอ่าวเปอร์เซียเป็นการชั่วคราว เนื่องจากกังวลด้านความปลอดภัย ขณะที่ทางการกรีซก็ได้ออกคำเตือนให้เรือสัญชาติกรีกหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงภัยในแถบอ่าวอาหรับเช่นกัน
สถานการณ์ยิ่งมีความซับซ้อนมากขึ้น เมื่อมีรายงานว่ากองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ได้เผยแพร่ประกาศเตือนว่าอาจไม่อนุญาตให้มีการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แม้ว่ารัฐบาลเตหะรานจะยังไม่มีการประกาศปิดอ่าวอย่างเป็นทางการ และน่านน้ำดังกล่าวยังคงเป็นเส้นทางเดินเรือเสรีตามกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ท่าทีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงสภาวะเตรียมพร้อมสูงสุดในภูมิภาค และความเสี่ยงที่การสื่อสารที่คลาดเคลื่อนอาจลุกลามจนกลายเป็นเหตุปะทะที่ส่งผลกระทบต่อการเดินเรือพาณิชย์