สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 6% ในวันจันทร์ (2 มี.ค.) ท่ามกลางความกังวลที่ว่าสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอาจลุกลามโดยไม่สามารถควบคุมได้ จนส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำมันในตลาด โดยล่าสุดสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางได้บีบให้ผู้ขนส่งสินค้าต้องหลีกเลี่ยงการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. พุ่งขึ้น 4.21 ดอลลาร์ หรือ 6.28% ปิดที่ 71.23 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนเม.ย. พุ่งขึ้น 4.87 ดอลลาร์ หรือ 6.68% ปิดที่ 77.74 ดอลลาร์/บาร์เรล
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันได้พุ่งขึ้นไปถึง 12% ในช่วงสูงสุดของวัน ก่อนที่จะอ่อนตัวลงมา
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า ปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้คือ "โอกาสสุดท้ายและดีที่สุด" ในการกำจัดภัยคุกคามจากระบบที่เขาเรียกว่า "น่ารังเกียจและชั่วร้าย" พร้อมคาดการณ์ว่าความขัดแย้งอาจใช้เวลาประมาณ 4-5 สัปดาห์ แต่อาจยืดเยื้อกว่านั้น
ขณะที่เจ้าหน้าที่อิหร่านประกาศกร้าวว่าจะตอบโต้อย่างรุนแรง ท่ามกลางเสียงระเบิดที่ดังขึ้นในพื้นที่ใกล้เคียงอย่างดูไบและอาบูดาบี ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากความกังวลว่า การผลิตน้ำมันของอิหร่าน ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 4 ของกลุ่มโอเปก อาจหยุดชะงัก
นักวิเคราะห์ของยูบีเอส ซึ่งเป็นธนาคารขนาดใหญ่ที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ ระบุในรายงานว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ในตลาดสปอตอาจพุ่งทะลุ 120 ดอลลาร์/บาร์เรล "เรามองว่าความรวดเร็วในการฟื้นตัวของการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และขอบเขตของการตอบโต้ของอิหร่าน เป็นปัจจัยสำคัญต่อราคาน้ำมันในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า" นักวิเคราะห์ของยูบีเอสระบุในรายงาน
ส่วนนักวิเคราะห์ของบาร์เคลย์สคาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์อาจแตะระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางเลวร้ายลง
"ยังไม่มีใครรู้ว่าวิกฤตครั้งนี้จะจบลงอย่างไร แต่ในระหว่างนี้ ตลาดน้ำมันต้องเผชิญกับความกลัวที่เลวร้ายที่สุด และเราไม่สามารถมองข้ามผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อตลาดน้ำมัน" อมาร์พรีต ซิงห์ นักวิเคราะห์ของบาร์เคลย์สระบุ
ด้านแอนดี ไลพาว ประธานบริษัท Lipow Oil Associates กล่าวว่า การส่งออกน้ำมันของอิหร่านอาจลดลงอย่างรุนแรง ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานะผู้นำของอิหร่าน ความไม่สงบภายในประเทศ และการนัดหยุดงานของแรงงานในแหล่งผลิตน้ำมันและท่าเรือน้ำมัน โดยอิหร่านผลิตน้ำมันราว 3.3 ล้านบาร์เรล/วัน
Rystad Energy ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงาน เปิดเผยว่า การเดินเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซแทบยุติลงโดยสิ้นเชิง เนื่องจากบริษัทขนส่งทางเรือพากันหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว
ข้อมูลจากบริษัท Kpler ระบุว่า ในปี 2568 มีการขนส่งน้ำมันเฉลี่ยมากกว่า 14 ล้านบาร์เรล/วันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หรือประมาณ 1 ใน 3 ของการส่งออกน้ำมันดิบทางทะเลทั่วโลก โดยประมาณ 3 ใน 4 ของการส่งออกดังกล่าวไปยังจีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้