ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: FTSE ปิดร่วงหนักสุดในรอบเกือบปี วิตกสงครามตอ.กลาง-ข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ อ่อนแอ

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดร่วงลงในวันศุกร์ (6 มี.ค.) โดยทำสถิติร่วงแรงที่สุดในรอบเกือบ 1 ปี เนื่องจากความตึงเครียดของสงครามในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้นักลงทุนกังวลว่าราคาพลังงานที่พุ่งสูงอาจทำให้เงินเฟ้อกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ขณะเดียวกัน ข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่อ่อนแอกว่าคาดยังเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก

ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,284.75 จุด ลดลง 129.19 จุด หรือ -1.24%

ดัชนี FTSE 100 ปรับตัวลงรายสัปดาห์รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2568 ซึ่งในขณะนั้นตลาดได้รับแรงกดดันจากการประกาศมาตรการภาษี Liberation Day ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ

หุ้นบริษัทพลังงานปรับตัวขึ้นสวนทางตลาด หลังราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี เนื่องจากความขัดแย้งทำให้การขนส่งและการส่งออกพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของโลก ถูกปิดกั้น โดยหุ้น Shell ปรับตัวขึ้นเกือบ 1.2% และหุ้น BP เพิ่มขึ้น 0.6%

รัฐมนตรีพลังงานของกาตาร์เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ว่า ผู้ผลิตพลังงานในอ่าวอาหรับทั้งหมดอาจต้องยุติการส่งออกภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งอาจทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นแตะระดับ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

การพุ่งขึ้นของราคาพลังงานยังทำให้นักลงทุนปรับลดการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ โดยตลาดเงินคาดว่ามีโอกาสเพียง 15% ที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในเดือนนี้ จากเดิมที่คาดโอกาสสูงถึง 80% ก่อนเกิดความขัดแย้ง

นอกจากนี้ ความกังวลว่าราคาพลังงานที่สูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอังกฤษมากกว่าประเทศอื่น ๆ ยังทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษพุ่งขึ้นมากที่สุดในรอบ 3 ปีในสัปดาห์นี้

ขณะเดียวกัน ตลาดยังถูกกดดันจากข้อมูลที่ระบุว่าการจ้างงานของสหรัฐฯ ลดลงอย่างไม่คาดคิดในเดือนก.พ. ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของโลก

ส่วนข้อมูลจาก Halifax ระบุว่า ราคาบ้านในสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้น 1.3% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นที่รวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. และสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม Halifax เตือนว่า ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และแรงกดดันเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น อาจทำให้การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเกิดขึ้นได้ช้ากว่าที่คาด ซึ่งอาจส่งผลต่อแนวโน้มของตลาดอสังหาริมทรัพย์

สำหรับหุ้นรายตัวนั้น หุ้น Flutter Entertainment ปรับตัวขึ้น 2.4% หลังจาก Parvus Asset Management ซึ่งเป็นนักลงทุนเชิงรุก เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทเจ้าของแพลตฟอร์ม FanDuel เป็นสองเท่า