สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 มี.ค. 69)
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้อยู่ที่ระดับ 32.77/78 บาท/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่
เปิดตลาดที่ระดับ 32.80 บาท/ดอลลาร์ โดยระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 32.65 - 32.86 บาท/ดอลลาร์ (32.86 บาท/
ดอลลาร์ ยังคงเป็นระดับที่อ่อนค่าในรอบประมาณ 5 เดือน)
เงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคเคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนค่า เนื่องจากวันนี้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งทะลุ 110
ดอลลาร์/บาร์เรล สำหรับปัจจัยในประเทศที่วันนี้สภาผู้แทนราษฎรโหวตนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีมติเห็นชอบให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายก
รัฐมนตรีนั้น ไม่ได้ส่งผลต่อตลาดเงินบาท ปัจจัยหลัก ๆ ยังคงเป็นเรื่องราคาน้ำมัน
สำหรับคืนนี้ตลาดรอติดตามตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ทั้งจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีภาคการผลิต
เดือนมี.ค. จากเฟดฟิลาเดลเฟีย
นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.60 - 32.90 บาท/ดอลลาร์
* ปัจจัยสำคัญ
- เงินเยน อยู่ที่ระดับ 159.16/17 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 155.68 เยน/ดอลลาร์
- เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1480/1482 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1480 ดอลลาร์/ยูโร
- ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,417.45 จุด ลดลง 23.40 จุด (-1.62%) โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 73,426.60 ล้านบาท
- สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 182.71 ล้านบาท
- สภาผู้แทนราษฎร มีมติเห็นชอบให้ "นายอนุทิน ชาญวีรกูล" หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 2 ด้วย
คะแนน 293 เสียง ส่วนเสียงสนับสนุน "นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ" จากพรรคประชาชน มี 119 เสียง และงดออกเสียง 86 เสียง
- นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง
(ศบก.) ยืนยันว่า ไม่มีปัญหาการขาดแคลนการนำเข้าน้ำมันดิบ โดยยังมีสภาพเป็นปกติอยู่ กำลังการผลิตไม่ได้ลดลง ผลผลิตการกลั่นน้ำมันที่
ออกมายังเป็นปกติ เพียงแต่ช่วงนี้ประชาชนมีความกังวล จึงทำให้ปริมาณความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นกว่า 10 กว่าล้านลิตร/วัน
- ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก เปิดเผยว่า ทิศทางราคาทองคำผันผวนต่อเนื่อง ท่ามกลางแรงกดดันจากความตึง
เครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก กระแสความไม่แน่นอนทั้งเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ กำลังผลักดันให้นักลง
ทุนหันมาเก็งกำไรในทองคำเพิ่มขึ้น
- ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอยู่ระหว่าง 0.2-0.7% หลังมองว่าสถานการณ์อิหร่านมีโอกาสยืด
เยื้อ อีกทั้งช่องแคบฮอร์มุซเป็นจุดที่สำคัญต่อการขนส่งพลังงาน และเป็นประเด็นเปราะบาง ทำให้มีผลกระทบกับเศรษฐกิจโลก โดยผล
กระทบต่อจีดีพีดังกล่าว อยู่บนสมมติฐานที่ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดนาน 1-3 เดือน ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มยืนเหนือระดับ 100
ดอลลาร์/บาร์เรล ส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเฉลี่ยทั้งปี 69 อยู่ที่ 75-90 ดอลลาร์/บาร์เรล ในกรณีเลวร้าย หากราคาน้ำมันดิบ
ในตลาดโลกยืนเหนือระดับ 130 ดอลลาร์/บาร์เรล นานเกิน 3 เดือน จะทำให้เงินเฟ้อทั่วไปน่าจะหลุดกรอบบนของเป้าหมายเงินเฟ้อที่
3% ในขณะที่ GDP ทั้งปี 69 มีแนวโน้มไม่เติบโต
- ผู้อำนวยการ Investment Research SCB CIO ธนาคารไทยพาณิชย์ มองว่า สงครามตะวันออกกลางนี้ ไม่น่าจะส่ง
ผลให้อัตราเงินเฟ้อไทยเพิ่มขึ้นระยะยาว ในส่วนของประเด็นปริมาณน้ำมันสำรอง สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ได้ประกาศ
นำน้ำมันสำรองยุทธศาสตร์ 400 ล้านบาร์เรล เพิ่มเข้าสู่ระบบ ก็น่าจะช่วยบรรเทาความต้องการน้ำมันได้ระดับหนึ่ง ทั้งนี้ ในกรณีที่ราคา
น้ำมันเพิ่มขึ้นทุก 10% จะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อของไทยสูงขึ้นราว 0.6% ดังนั้น การปรับขึ้นของราคาน้ำมัน อาจส่งผลให้เงินเฟ้อไทยทยอย
ปรับสูงขึ้นสู่ระดับราว 1.5–2.5% ซึ่งอยู่ในกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อของธปท. จากเดิมที่เงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำมาก ทั้งนี้ คาดว่ากนง. จะ
ประเมินผลกระทบของเงินเฟ้อก่อน โดยอาจมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายจาก 1% สู่ 0.75% ได้ในปีนี้
- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เตือนว่า สหรัฐฯ จะระเบิดทำลายพื้นที่ทั้งหมดของแหล่งก๊าซเซาท์พาร์ส
(South Pars) ของอิหร่าน หากอิหร่านยังคงมุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของกาตาร์ นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้เรียกร้องให้
อิสราเอลยุติการโจมตีแหล่งก๊าซเซาท์พาร์ส เว้นแต่ว่าอิหร่านจะตัดสินใจเข้าโจมตีกาตาร์อย่างโง่เขลา
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจาก 12 ชาติอาหรับและโลกมุสลิม นัดหารือฉุกเฉินที่กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอา
ระเบียในวันนี้ พร้อมออกแถลงการณ์ร่วมกดดันให้อิหร่านยุติการใช้โดรนและขีปนาวุธโจมตีประเทศในภูมิภาคทันที
- ซิตี้ (Citi) ระบุในรายงานเมื่อวันพุธ (18 มี.ค.) ว่า ราคาน้ำมันมีแนวโน้มพุ่งขึ้นอย่างมากจากการหยุดชะงักของ
อุปทานท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง โดยคาดว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) จะปรับขึ้นสู่ระดับ 110-120
ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า
- ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับประมาณ 0.75% ในการประชุมระยะเวลาสองวันซึ่งเสร็จสิ้นใน
วันนี้ ในขณะที่ BOJ กำลังประเมินผลกระทบจากสงครามอิหร่านและการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบที่มีต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น ด้านผู้ว่าการธนาคาร
กลางญี่ปุ่น (BOJ) แถลงข่าวว่า การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันอันเนื่องมาจากสงครามอิหร่านอาจส่งผลให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นชะลอตัวลง
- รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ทางการญี่ปุ่นได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ในการจัดการกับความเคลื่อนไหวของค่าเงินใน
ทุกเวลา หากจำเป็น โดยถ้อยแถลงดังกล่าวถือเป็นการส่งคำเตือนถึงบรรดานักเก็งกำไร ในช่วงเวลาที่สกุลเงินดอลลาร์ขยับเข้าใกล้
ระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนนับตั้งแต่ปี 67 ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เพิ่มสูงขึ้น