"ทรัมป์" ยืนยันสหรัฐ-อิหร่านเจรจา 22 มี.ค. หลังสื่ออิหร่านอ้างไม่มีการติดต่อ

สำนักข่าว Fox News รายงานโดยอ้างคำกล่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ระบุว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านมีขึ้นในคืนวันที่ 22 มี.ค. โดยมีผู้แทนพิเศษของสหรัฐ ได้แก่ นายสตีฟ วิตคอฟฟ์ และนายจาเร็ด คุชเนอร์ เข้าร่วมการเจรจา

ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ยืนยันเรื่องดังกล่าว หลังสถานีโทรทัศน์ของอิหร่านปฏิเสธข่าวการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่าน

ขณะเดียวกัน Axios ซึ่งเป็นสื่อออนไลน์ของสหรัฐ รายงานว่า ตุรกี อียิปต์ และปากีสถาน ได้ทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจาทางอ้อมระหว่างสหรัฐและอิหร่านในช่วง 2 วันที่ผ่านมา

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า 'การเจรจาไกล่เกลี่ยยังคงดำเนินอยู่และมีความคืบหน้า โดยการหารือมุ่งเน้นไปที่การยุติสงครามและแก้ไขประเด็นที่ยังค้างคาอยู่ เราหวังว่าจะได้คำตอบในเร็ว ๆ นี้'

ทั้งนี้ มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของตุรกี อียิปต์ และปากีสถาน ได้จัดการหารือแยกกันระหว่างนายวิตคอฟฟ์ และนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน

ก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านได้ปฏิเสธคำกล่าวอ้างของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ที่ระบุว่า สหรัฐกำลังดำเนินการเจรจากับอิหร่าน โดยกระทรวงฯ ระบุว่า ปธน.ทรัมป์พยายามซื้อเวลาให้กับแผนการทางทหารของสหรัฐ และหวังให้ราคาพลังงานปรับตัวลง

กระทรวงฯ ประกาศว่า 'แถลงการณ์ของประธานาธิบดีสหรัฐอยู่ในกรอบของความพยายามที่จะกดราคาพลังงานลง และซื้อเวลาเพื่อดำเนินการตามแผนการทางทหารของเขา'

นอกจากนี้ กระทรวงฯ ระบุว่า 'มีความพยายามจากประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคในการลดความตึงเครียด และคำตอบของเราต่อทุกข้อเสนอเหล่านั้นมีความชัดเจน นั่นคือ เราไม่ใช่ฝ่ายที่เริ่มสงครามครั้งนี้ และคำร้องขอทั้งหมดเหล่านี้ควรถูกส่งไปยังกรุงวอชิงตัน'

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างสำนักข่าวฟาร์ส ซึ่งเป็นสำนักข่าวกึ่งทางการของอิหร่านว่า อิหร่านไม่มีการติดต่อใด ๆ ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมกับสหรัฐ หรือผ่านชาติเป็นกลางใด ๆ

สำนักข่าวฟาร์สระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศชะลอการโจมตีอิหร่าน หลังจากได้รับทราบข่าวว่า อิหร่านจะทำการตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั้งหมดในภูมิภาค

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า สหรัฐได้แจ้งให้อิสราเอลทราบถึงความคืบหน้าของการเจรจากับอิหร่าน และอิสราเอลมีแนวโน้มที่จะดำเนินตามแนวทางของสหรัฐ โดยระงับการโจมตีเป้าหมายที่เป็นโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ข้อความบน Truth Social ในวันนี้ ระบุว่า เขาจะชะลอการโจมตีโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปเป็นเวลา 5 วัน ขณะที่สหรัฐกำลังทำการเจรจากับอิหร่าน

'ผมมีความยินดีที่จะรายงานว่า สหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้มีการหารือกันอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นไปอย่างดียิ่ง ตลอดช่วง 2 วันที่ผ่านมา เกี่ยวกับการยุติความเป็นปรปักษ์ของเราทั้งหมดในตะวันออกกลางโดยสิ้นเชิงและอย่างสมบูรณ์'

'จากลักษณะและน้ำเสียงของการเจรจาในเชิงลึกที่มีรายละเอียดครบถ้วนและอย่างสร้างสรรค์ดังกล่าว ซึ่งจะยังคงดำเนินต่อไปตลอดทั้งสัปดาห์ ผมได้สั่งการให้กระทรวงกลาโหมสหรัฐชะลอการโจมตีทางทหารใด ๆ และทั้งหมดต่อโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปเป็นระยะเวลา 5 วัน ทั้งนี้ โดยขึ้นอยู่กับความสำเร็จของการประชุมและการเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่'

'ขอขอบคุณสำหรับความสนใจในเรื่องนี้' ปธน.ทรัมป์ระบุ

ทั่วโลกต่างจับตาสถานการณ์การสู้รบระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลและอิหร่าน ซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อใกล้เส้นตาย 48 ชั่วโมงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ขู่ว่าจะทำลายโรงไฟฟ้าของอิหร่าน หากไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ก่อนหน้านี้ ปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social ระบุว่า "หากอิหร่านไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์ โดยปราศจากการข่มขู่ ภายในเวลา 48 ชั่วโมงตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สหรัฐอเมริกาจะโจมตีและทำลายโรงไฟฟ้าต่าง ๆ ของอิหร่าน โดยจะเริ่มจากโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดก่อน!"

ปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความดังกล่าวบน Truth Social เมื่อวันเสาร์ที่ 21 มีนาคม 2569 เวลา 19.44 น.ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ หรือตรงกับวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม 2569 เวลา 06.44 น.ตามเวลาไทย

ดังนั้น เส้นตาย 48 ชั่วโมงที่ปธน.ทรัมป์กำหนดไว้จะตรงกับวันจันทร์ที่ 23 มีนาคม 2569 เวลา 19.44 น.ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ หรือตรงกับวันอังคารที่ 24 มีนาคม 2569 เวลา 06.44 น.ตามเวลาไทย

ทางด้านอิหร่านประกาศตอบโต้การกำหนดเส้นตาย 48 ชั่วโมงของปธน.ทรัมป์โดยทันทีว่า อิหร่านจะพุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เทคโนโลยีสารสนเทศ และระบบผลิตน้ำจืดทั้งหมดของสหรัฐ และพันธมิตรในภูมิภาค หากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านถูกทำลาย

นอกจากนี้ อิหร่านขู่ปิดเส้นทางเดินเรือในอ่าวเปอร์เซียด้วยการวางทุ่นระเบิดใต้น้ำ หากมีการโจมตีชายฝั่งทางตอนใต้หรือเกาะต่าง ๆ ของอิหร่าน หลังมีข่าวว่า สหรัฐกำลังพิจารณาเข้ายึดครองเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน เพื่อกดดันให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ