ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: FTSE ปิดลบ 4.282 จุด กังวลสถานการณ์ตะวันออกกลาง

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบเล็กน้อยในวันศุกร์ (27 มี.ค.) ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการลดความตึงเครียดของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่ดัชนียังคงปรับขึ้นเล็กน้อยในรอบสัปดาห์นี้

ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 9,967.35 จุด ลดลง 4.82 จุด หรือ -0.05%

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ขยายเส้นตายไปจนถึงเวลา 20.00 น. ตามเวลาตะวันออกของวันที่ 6 เม.ย. หรือ 07.00 น. ตามเวลาไทยของวันที่ 7 เม.ย. ให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ มิฉะนั้นจะเผชิญกับการทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน หลังจากอิหร่านปฏิเสธข้อเสนอ 15 ข้อของสหรัฐฯ เพื่อยุติสงคราม

หุ้นส่วนใหญ่ในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมปรับตัวลง ยกเว้นกลุ่มเฮลท์แคร์ที่เพิ่มขึ้น 2% โดยได้รับแรงหนุนจากผลการทดลองระยะท้ายเชิงบวกของยารักษาระบบทางเดินหายใจของ AstraZeneca ซึ่งช่วยหนุนราคาหุ้นของบริษัทเพิ่มขึ้น 3.4%

กลุ่มเหมืองแร่โลหะมีค่าช่วยพยุงดัชนี หลังราคาทองคำพุ่งขึ้นมากกว่า 3% จากแรงซื้อเมื่อราคาปรับตัวลงก่อนหน้านี้ในช่วงต้นสัปดาห์

รัฐบาลอังกฤษและธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ระบุว่ายังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามอิหร่าน แต่สัญญาณแรงกดดันเริ่มปรากฏ และอาจสร้างความกังวลต่อผู้กำหนดนโยบาย

ข้อมูลทางการระบุว่า ยอดค้าปลีกของอังกฤษลดลงในเดือนก.พ. หลังจากขยายตัวแข็งแกร่งที่สุดในรอบ 1 ปีครึ่งในเดือนม.ค.

ผลสำรวจรายเดือนชี้ว่าความเชื่อมั่นผู้บริโภคอังกฤษลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 1 ปีในเดือนมี.ค. เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามอิหร่าน และความเสี่ยงที่ราคาสินค้าจะปรับตัวสูงขึ้น

หุ้น Lloyds Banking Group ร่วงลง 2% หลังคณะกรรมาธิการการคลังของอังกฤษเปิดเผยว่าเกิดปัญหาระบบไอทีเมื่อต้นเดือน ส่งผลให้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าธนาคารเกือบครึ่งล้านรายรั่วไหล