ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: FTSE 100 ปิดบวก 0.48% แต่ผลงานเดือนมี.ค.แย่สุดในรอบหลายปี

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในวันอังคาร (31 มี.ค.) แต่ทำผลงานรายเดือนย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2563 โดยความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ผลักดันราคาน้ำมันให้พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและการชะลอตัวของเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,176.45 จุด เพิ่มขึ้น 48.49 จุด หรือ +0.48%

หุ้นกลุ่มเหมืองโลหะมีค่าปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.2% และเป็นแรงหนุนหลักของดัชนี หลังราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากนักลงทุนหันไปถือสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลเงินเฟ้อและคาดการณ์นโยบายการเงินที่เข้มงวด

ข้อมูลทางการจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ (ONS) ยืนยันว่า เศรษฐกิจอังกฤษแทบไม่ขยายตัวในช่วงปลายปี 2568 ซึ่งยิ่งเพิ่มความท้าทายให้กับรัฐบาลในการรักษาการเติบโตในปีนี้ โดยสงครามอิหร่านมีแนวโน้มจะผลักดันเงินเฟ้อและกระทบต่ออุปสงค์

ผลสำรวจของสมาคมผู้ค้าปลีกแห่งสหราชอาณาจักร (BRC) ระบุว่า เงินเฟ้อจากราคาสินค้าในร้านค้าปรับตัวขึ้นในเดือนมี.ค. ทำให้ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดในการติดตามราคาสินค้าอาหารและคาดการณ์เงินเฟ้อ

นักลงทุนคาดการณ์ว่า BoE อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 หรืออาจถึง 3 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนมุมมองอย่างชัดเจนจากก่อนเกิดความขัดแย้งที่เคยคาดว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย

หุ้น Raspberry Pi พุ่งขึ้น 47% หลังผู้ผลิตคอมพิวเตอร์บอร์ดเดี่ยวรายนี้รายงานกำไรหลักที่ปรับปรุงแล้วรายปีเพิ่มขึ้นสูงกว่าที่คาดการณ์

ขณะที่หุ้น Unilever ร่วงลง 7.2% ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงรายวันที่หนักที่สุดนับตั้งแต่ปี 2551 หลังบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคเปิดเผยว่าอยู่ระหว่างการเจรจาขั้นสูงเพื่อรวมธุรกิจอาหารกับ McCormick ในดีลที่อาจมีมูลค่า 1.57 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และจะทำให้ผู้ถือหุ้นถือครองหุ้นส่วนใหญ่ในบริษัทใหม่