ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิปิดร่วง 1.58% วิตกน้ำมันพุ่ง แม้มีสัญญาณบวกจากสงครามตอ.กลาง

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลงในวันนี้ (31 มี.ค.) ท่ามกลางความกังวลที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับทิศทางราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แม้มีรายงานข่าวว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้แสดงความจำนงที่จะยุติสงครามโดยไม่จำเป็นต้องรอให้ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดใช้งานได้เต็มรูปแบบก็ตาม

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดที่ระดับ 51,063.72 จุด ลดลง 822.13 จุด หรือ -1.58%

หุ้นที่ปรับตัวลงนำตลาด ได้แก่ หุ้นกลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก กลุ่มเหมืองแร่ และกลุ่มค้าส่ง

ตลาดหุ้นโตเกียวเปิดตลาดอ่อนตัวลง โดยดัชนีนิกเกอิได้ดิ่งลงไปกว่า 1,300 จุดในช่วงสั้น ๆ หลังจากสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่องจนไปปิดที่ระดับ 102.88 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2565

นักวิเคราะห์เปิดเผยว่า ในเวลาต่อมาตลาดได้พลิกกลับมาอยู่ในแดนบวกขานรับรายงานท่าทีของปธน.ทรัมป์ โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ ประเมินว่า การใช้กำลังบังคับเพื่อเปิดเส้นทางน้ำแห่งนี้จะเท่ากับเป็นการทำให้ปฏิบัติการทางทหารต้องยืดเยื้อออกไปอีก

อย่างไรก็ดี โบรกเกอร์กล่าวว่า ดัชนีได้ร่วงกลับลงไปอยู่ในแดนลบในเวลาต่อมา เนื่องจากตลาดยังคงปกคลุมไปด้วยความไม่แน่นอนของความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน

มากิ ซาวาดะ นักกลยุทธ์จากฝ่ายเนื้อหาการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์โนมูระ (Nomura Securities) ให้ความเห็นว่า "ดูเหมือนนักลงทุนจะคลายความกังวลลงไปได้บ้างว่าสงครามจะไม่บานปลายไปมากกว่านี้" พร้อมกับเตือนว่า ความไม่แน่นอนหลังจากนี้จะขึ้นอยู่กับว่า ราคาน้ำมันดิบจะทรงตัวอยู่ในระดับสูงยาวนานเพียงใด