ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นทะลุระดับ 109 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ล่าสุด ราคาน้ำมัน WTI ดีดตัวขึ้นสูงกว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ขู่เพิ่มความรุนแรงในการโจมตีอิหร่าน ทำให้นักลงทุนลดความคาดหวังต่อการลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ณ เวลา 18.58 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนพ.ค. บวก 9.28 ดอลลาร์ หรือ 9.27% สู่ระดับ 109.40 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ บวก 8.01 ดอลลาร์ หรือ 7.92% สู่ระดับ 109.17 ดอลลาร์/บาร์เรล
ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ขู่ว่าจะโจมตีอิหร่านอย่างหนักในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า ระหว่างการแถลงต่อชาวอเมริกันในช่วงเช้านี้ตามเวลาไทย และกล่าวว่า สงครามจะไม่ใช้เวลานาน และการหารือกับอิหร่านยังคงดำเนินอยู่
'เราจะทำภารกิจให้เสร็จ และเราจะทำมันให้เสร็จอย่างรวดเร็วมาก' เขากล่าว
นายจอร์จ เอฟสตาโธปูลอส ผู้จัดการพอร์ตของ Fidelity International ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNBC ในรายการ Squawk Box Asia ว่า ตลาดคาดการณ์ 2 สถานการณ์จากแถลงการณ์ของปธน.ทรัมป์ โดยคาดว่าเขาจะส่งสัญญาณว่าจะถอนตัวจากสงคราม หรือจะเพิ่มความรุนแรงและทำให้ความไม่แน่นอนยืดเยื้อออกไป
'เห็นได้ชัดว่าสถานการณ์เป็นไปในแบบที่ 2' นายเอฟสตาโธปูลอสกล่าว และระบุว่าคำแถลงของปธน.ทรัมป์จะยิ่งกระตุ้นภาวะ "หลีกเลี่ยงความเสี่ยง" ในตลาด ขณะที่นักลงทุนรอให้ความไม่แน่นอนคลี่คลายลง
ส่วนนายไจลส์ อัลสตัน นักวิเคราะห์ความเสี่ยงทางการเมืองจาก Oxford Analytica กล่าวว่า การเดินเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่น่าจะกลับมาได้ในเร็ว ๆ นี้
'ตอนนี้ชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่า สหรัฐจะปล่อยมือจากการแก้ปัญหาการขนส่งน้ำมันออกจากช่องแคบฮอร์มุซ และปล่อยให้ประเทศที่ต้องขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบนี้ไปจัดการกันเอง' นายอัลสตันกล่าวต่อสำนักข่าว CNBC