ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (1 เม.ย.) ซึ่งเป็นการอ่อนค่าลงติดต่อกันวันที่สอง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าสหรัฐฯ จะยุติการทำสงครามกับอิหร่านในไม่ช้านี้ ซึ่งทำให้นักลงทุนลดการถือครองดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.32% แตะที่ 99.648
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 158.82 เยน จากระดับ 158.95 เยนในวันอังคาร (31 มี.ค.) ขณะเดียวกันก็อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.7931 ฟรังก์ จากระดับ 0.8008 ฟรังก์ และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3895 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3937 ดอลลาร์แคนาดา
ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1607 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1523 ดอลลาร์ในวันอังคาร ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3324 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3189 ดอลลาร์
ปธน.ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า กองทัพสหรัฐฯ จะถอนตัวจากอิหร่านภายในเวลา 2-3 สัปดาห์ เนื่องจากสหรัฐฯ ไม่มีเหตุผลที่จะต้องทำสิ่งนี้อีกต่อไป โดยการเปิดเผยดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก่อนที่เขาจะแถลงต่อชาวอเมริกันเพื่อให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการทำสงครามอิหร่านในวันนี้ (2 เม.ย.) เวลาประมาณ 08.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของปธน.ทรัมป์ส่งสัญญาณว่าสงครามอิหร่านใกล้จะยุติ ซึ่งทำให้นักลงทุนคลายความกังวลและลดการถือครองดอลลาร์ซึ่งเป็นสกุลเงินปลอดภัย หลังจากที่ก่อนหน้านี้ สงครามที่ยืดเยื้อได้ส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงและทำให้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยล่าสุด ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 62,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 39,000 ตำแหน่ง จากระดับ 66,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ.
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.5% หลังจากปรับตัวลง 0.1% ในเดือนม.ค.
ด้านสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 52.7 ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2565 จากระดับ 52.4 ในเดือนก.พ. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 52.5
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 56,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. หลังจากลดลง 92,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. นอกจากนี้ คาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.4% ในเดือนมี.ค.