นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาดและท่วมท้นในการทำสงครามกับอิหร่าน พร้อมระบุว่าอิหร่านจะต้องส่งมอบยูเรเนียมเสริมสมรรถนะให้แก่สหรัฐ มิฉะนั้นสหรัฐจะเข้าไปนำออกมาเอง
นายเฮกเซธกล่าวในการแถลงข่าวที่กระทรวงกลาโหมร่วมกับพลเอกแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วม หนึ่งวันหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์กับอิหร่าน โดยมีเงื่อนไขว่าอิหร่านจะต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
'ปฏิบัติการ Epic Fury เป็นชัยชนะทางทหารครั้งประวัติศาสตร์และท่วมท้น เป็นชัยชนะอย่างแท้จริงในสนามรบ ไม่ว่าจะวัดด้วยมาตรฐานใด Epic Fury ได้ทำลายกำลังทหารของอิหร่านอย่างหนัก และทำให้ไม่สามารถทำการรบได้อย่างมีประสิทธิภาพไปอีกหลายปี' เขากล่าว
นอกจากนี้ นายเฮกเซธกล่าวว่า อิหร่านจะต้องส่งมอบยูเรเนียมเสริมสมรรถนะให้แก่สหรัฐ มิฉะนั้นสหรัฐจะเข้าไปนำออกมาเอง
'ตอนนี้มันถูกฝังอยู่ เรากำลังจับตาดู เรารู้แน่ชัดว่าพวกเขามีอะไร และพวกเขาก็รู้ว่าเรารู้ พวกเขาจะส่งมอบให้เราโดยสมัครใจ มิฉะนั้น เราจะนำมันออกมาเอง'
เขายังส่งสัญญาณว่าสหรัฐอาจพิจารณาทางเลือกทางทหารเพื่อเข้าควบคุมแหล่งเก็บยูเรเนียมดังกล่าว
'หากเราจำเป็นต้องดำเนินการด้วยตัวเอง เช่นเดียวกับที่เราเคยทำในปฏิบัติการ Midnight Hammer หรืออย่างอื่นในลักษณะนั้น เราก็สงวนสิทธิ์ในการดำเนินการ" เขากล่าว โดยอ้างถึงปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐในปี 2568 ในการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน
'แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ ระบอบการปกครองใหม่ของอิหร่านจะไม่มีวันมีอาวุธนิวเคลียร์'
นายเฮกเซธยังระบุว่า กองทัพสหรัฐจะยังคงอยู่ในพื้นที่เพื่อให้มั่นใจว่าอิหร่านปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง และเข้าสู่โต๊ะเจรจา รวมทั้งบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับสหรัฐ พร้อมย้ำว่าสหรัฐจะยังคงประจำการในภูมิภาคต่อไป และยังคงมีความพร้อมและความตื่นตัว
'กองกำลังของเราพร้อมป้องกัน พร้อมรุก และพร้อมกลับมาดำเนินปฏิบัติการได้ทันที หากจำเป็น เพื่อให้มั่นใจว่าอิหร่านปฏิบัติตามข้อตกลง โดยเฉพาะในส่วนของช่องแคบ คุณได้เห็นข้อตกลงเบื้องต้นแล้ว ซึ่งอิหร่านอนุญาตให้เรือผ่านได้'
นายเฮกเซธยังกล่าวว่า อิหร่านเป็นฝ่ายร้องขอการหยุดยิง พร้อมระบุว่า ขณะนี้มีโอกาสที่จะบรรลุสันติภาพและข้อตกลงที่แท้จริง
'กระทรวงกลาโหมได้ทำหน้าที่ของตนเองแล้ว เราพร้อมอยู่เบื้องหลังเพื่อให้มั่นใจว่าอิหร่านปฏิบัติตามเงื่อนไขที่สมเหตุสมผลทุกประการ'
ด้านพลเอกแดน เคน กล่าวถึงความพร้อมรบของกองทัพสหรัฐ โดยระบุว่าการหยุดยิงเป็นเพียงการหยุดชั่วคราว
'กองกำลังผสมยังคงพร้อม หากได้รับคำสั่งหรือถูกเรียกให้กลับมาดำเนินการรบอีกครั้ง ด้วยความรวดเร็วและความแม่นยำเช่นเดียวกับที่เราได้แสดงให้เห็นในช่วง 38 วันที่ผ่านมา เราหวังว่าจะไม่ต้องเป็นเช่นนั้น'
ในการสรุปผลปฏิบัติการทางทหาร พลเอกเคนกล่าวว่า นับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ สหรัฐได้โจมตีเป้าหมายมากกว่า 13,000 แห่ง ทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่าน 80% และจมกองเรือของกองทัพเรืออิหร่านมากกว่า 90%
นอกจากนี้ สหรัฐยังได้ปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทุ่นระเบิดทางทะเลมากกว่า 700 ครั้ง โดยประเมินว่าสามารถทำลายทุ่นระเบิดของอิหร่านได้มากกว่า 95% ขณะที่สหรัฐร่วมกับพันธมิตรได้โจมตีโรงงานอาวุธของอิหร่านประมาณ 90%