คุมเข้มโดรน BVLOS กสทช.สั่งขึ้นทะเบียน-ติด Remote ID ระบุตัวตน มั่นใจระบบตรวจสอบได้ทุกลำ

พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธานอนุกรรมการด้านคลื่นความถี่และมาตรฐานทางเทคนิค กสทช. เปิดเผยว่า ที่ประชุม กสทช. ครั้งที่ 11/2569 เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 ได้เห็นชอบ (ร่าง) ประกาศ กสทช. ที่เกี่ยวข้องกับการใช้คลื่นความถี่และมาตรฐานทางเทคนิคสำหรับอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (โดรน) จำนวน 4 ฉบับ ได้แก่

1. (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับบนอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน

2. (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรฐานทางเทคนิคของเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์สำหรับวิทยุคมนาคมระบบเรดาร์ที่ใช้ติดตั้งบนอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน

3. (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่องมาตรฐานทางเทคนิคของเครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์สำหรับเครื่องวิทยุคมนาคมสถานีภาคพื้นดินบนอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ในกิจการเคลื่อนที่ผ่านดาวเทียม

4. (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การใช้คลื่นความถี่และเครื่องวิทยุคมนาคมที่อนุญาตให้มีการ ใช้งานเป็นการทั่วไป

ทั้งนี้ เพื่อรองรับการใช้งานโดรนปัจจุบันที่มีการใช้งานมากขึ้นในหลายกิจการ ซึ่งที่ผ่านมาเป็นการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เฉพาะโดรนที่ควบคุมได้ภายใต้ระยะมองเห็นด้วยสายตา (Light of Sight: LOS) เท่านั้น ดังนั้น ในครั้งนี้ได้เพิ่มเติมเพื่อให้ควบคุมโดรนระยะนอกเหนือการมองเห็นด้วยสายตา (Beyond Visual Light of Sight: BVLOS)

รวมทั้งมีการกำหนดคลื่นความถี่สำหรับ Radar ของโดรนเพิ่ม เพื่อหลบหลีกสิ่งกีดขวางการชน ตลอดจนกำหนดให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับ Remote ID เพื่อให้โดรนสามารถส่งสัญญาณแจ้งข้อมูลระบุตัวตนและตำแหน่งขณะบินได้ ส่งผลให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและประชาชนทั่วไปสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งเปรียบเสมือนการมีป้ายทะเบียนดิจิทัลสำหรับโดรน เพื่อให้การควบคุมและกำกับดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

พล.อ.ท.ธนพันธุ์ กล่าวว่า กสทช. ได้มีประกาศกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับโดรนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 โดยไม่ได้เป็นการขออนุญาต เพียงแต่จดแจ้งขึ้นทะเบียนเท่านั้น ประกอบกับ คลื่นความถี่ที่อนุญาตจำกัดเฉพาะ unlicensed band ที่ควบคุมได้จำกัดในระยะมองเห็นด้วยสายตาเท่านั้น ดังนั้น ใน ร่างประกาศฯ ใหม่นี้ จึงได้มีการเพิ่มคลื่นความถี่ในส่วนของการใช้งานผ่านคลื่นความถี่โทรศัพท์เคลื่อนที่และผ่านดาวเทียม เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยกำหนดเพิ่ม ดังนี้

1.) คลื่นความถี่ Unlicensed ย่าน 72 – 72.475 MHz และ 920 – 925 MHz (คลื่นความถี่เดิม 433.05 – 434.79 MHz, 2400 – 2500 MHz และ 5725 – 5850 MHz)

2.) คลื่นความถี่โทรศัพท์เคลื่อนที่ (IMT) ที่จัดสรรแล้วทุกย่าน ยกเว้นคลื่นความถี่ย่าน 2500 – 2690 MHz

3.) คลื่นความถี่ดาวเทียม (Satellite) ที่จัดสรรแล้วเฉพาะย่าน 1518 – 1559 MHz และ 1610 – 1660.5 MHz โดยต้องได้รับอนุญาตทำการบินจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ก่อนใช้งาน

4.) คลื่นความถี่สำหรับ Radar ย่าน 57 – 64 GHz และ 76 – 77 GHz (คลื่นความถี่เดิม 24.05 – 24.25 GHz)

ทั้งนี้ รายละเอียดในการใช้งานคลื่นความถี่ได้มีการกำหนดกำลังส่งสูงสุดและมาจรฐานทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องรองรับ รวมทั้งเพิ่มมาตรการในการกำกับดูแลให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

"การออกประกาศที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานโดรนเพิ่มเติมในครั้งนี้ นอกจากประชาชนจะสามารถใช้งานโดรนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นแล้ว สิ่งสำคัญที่ผมให้ความสำคัญ คือ มาตรการกำกับดูแลการใช้งานโดรน ซึ่งในการปรับปรุงครั้งนี้ จะทำให้ กสทช. สามารถกำกับดูแลในส่วนที่รับผิดชอบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดย นอกจากการให้โดรนทุกลำต้องแจ้งขึ้นทะเบียนแล้ว สำหรับโดรนที่มีศักยภาพในการบินแบบ BVLOS ผู้ใช้งานต้องมาขออนุญาตครอบครอง ก่อนที่จะนำไปใช้งาน รวมทั้งมาตรการในการกำหนดคลื่นความถี่ให้โดรน มี Remote ID เพื่อให้สามารถตรวจสอบระหว่างการบินใช้งานได้ เสมือนทราบหมายเลขทะเบียนของแต่ละลำ

ปัจจุบันการใช้งานโดรนได้แพร่หลายในหลายภาคส่วน จึงขอเชิญชวนให้ผู้เกี่ยวข้องมาร่วมรับฟังและให้ข้อคิดเห็นสาธารณะ (Public Hearing) ที่สำนักงาน กสทช. จะจัดขึ้น โดยประสานงานกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยที่มีหน้าที่กำกับดูแลการใช้งานโดรนของพลเรือน รวมทั้งกองทัพที่มีหน้าที่กำกับดูแลด้านความมั่นคง เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน ต่อไป" พล.อ.ท.ธนพันธุ์ กล่าว