สำนักข่าว CNN รายงานว่า ประเทศในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียไม่มีรายงานการถูกโจมตีด้วยโดรนหรือขีปนาวุธเมื่อคืนนี้ ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลและอิหร่าน ซึ่งได้จุดชนวนการตอบโต้ในวงกว้าง และสร้างความปั่นป่วนในภูมิภาค
ทั้งนี้ ตลอดหกสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ของประเทศแถบอ่าวเปอร์เซียได้แจ้งเตือนประชาชนถึงการโจมตีจากอิหร่านอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการโจมตีแทบทุกวัน โดยเล็งเป้าหมายที่ตั้งฐานทัพสหรัฐในภูมิภาค รวมทั้งแหล่งพลังงาน และบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับสหรัฐ
สหรัฐและอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์เมื่อวานนี้ แม้ในช่วงแรกยังคงมีรายงานการตรวจจับและสกัดขีปนาวุธจนถึงช่วงบ่าย แต่หลังจากนั้น ช่องทางการแจ้งเตือนภัยจากขีปนาวุธได้เงียบลงอย่างผิดปกติ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า อย่างน้อยในขณะนี้ กองกำลังของอิหร่านได้ยุติการยิงขีปนาวุธและโดรนแล้ว
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไม่ได้รายงานการโจมตีด้วยขีปนาวุธหรือโดรนตั้งแต่ช่วงบ่ายวันพุธ หลังจากก่อนหน้านี้ กระทรวงกลาโหมระบุว่าได้สกัดขีปนาวุธพิสัยไกล 17 ลูก และโดรน 35 ลำจากอิหร่าน
กระทรวงกลาโหมของซาอุดีอาระเบียระบุเช่นกันว่า ไม่มีรายงานการโจมตีด้วยขีปนาวุธหรือโดรนในช่วง 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กระทรวงกลาโหมของกาตาร์รายงานว่า ไม่มีการโจมตีเกิดขึ้นในช่วง 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา หลังจากก่อนหน้านี้เปิดเผยว่า ทางกองทัพสามารถสกัดขีปนาวุธพิสัยไกล 7 ลูก และโดรนหลายลำจากอิหร่าน
เจ้าหน้าที่ด้านกลาโหมของคูเวตรายงานว่า ไม่มีเหตุการณ์เกี่ยวกับขีปนาวุธหรือโดรนในช่วง 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา หลังจากมีการตรวจพบขีปนาวุธพิสัยไกล 4 ลูก และโดรน 42 ลำในช่วง 24 ชั่วโมงก่อนหน้านี้
ส่วนกระทรวงกลาโหมของโอมานรายงานว่า ไม่มีการโจมตีทางอากาศในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาเช่นกัน