ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 32.15/17 เคลื่อนไหวตามแรงซื้อขาย จับตาสถานการณ์ตอ.กลางช่วงหยุดยาวสงกรานต์

          นักบริหารเงินธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 32.15/17 บาท/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่เปิด
ตลาดที่ระดับ 32.13/15 บาท/ดอลลาร์ โดยระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 32.10 - 32.20 บาท/ดอลลาร์
          เงินบาทเคลื่อนไหวตามแรงซื้อ-แรงขายระหว่างวัน เนื่องจากใกล้ช่วงหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ และเคลื่อนไหวผันผวนตาม
ราคาทองคำที่ปรับขึ้น-ลง โดยค่าเงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาค ยังคงเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน
          สำหรับคืนนี้ ตลาดรอติดตามดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมี.ค. ของสหรัฐฯ ส่วนในภาพรวมรอตลาดรอติดตามข่าว
สถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ (11 เม.ย.) 
          นักบริหารเงิน ประเมินว่า สัปดาห์หน้าวันพฤหัสบดี (16 เม.ย.) เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.00- 32.30 บาท/
ดอลลาร์
          ทั้งนี้ คาดว่าในช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์ของไทย หากสหรัฐฯ และอิหร่าน มีข่าวการเจรจาหรือมีการโจมตีเพิ่มเติมอาจจะส่ง
ผลให้ค่าเงินบาทแกว่งแรงได้

          * ปัจจัยสำคัญ
          - เงินเยน อยู่ที่ระดับ 159.26/29 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 159.02/06 เยน/ดอลลาร์  
          - เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1707/1709 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1692/1695 ดอลลาร์/ยูโร
          - ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,506.84 จุด เพิ่มขึ้น 17.18 จุด (+1.15%) โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 43,883.66 ล้านบาท
          - สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 1,900.60 ล้านบาท  
          - รมว.คลัง ยอมรับว่า ขณะนี้ยังคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 69 ได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้ง
ในตะวันออกกลางและวิกฤติพลังงานโลกยังไม่จบ แต่เบื้องต้นมีการประเมินว่าราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นทุก 10 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จะ
กระทบ GDP ไทยราว 0.2% ซึ่งขณะนี้ราคาน้ำมันดิบขึ้นมาแล้วราว 30-40 เหรียญ จึงประเมินคร่าว ๆ ว่าปัจจัยเสี่ยงในขณะนี้กระทบต่อ 
GDP ราว 0.6% จากก่อนหน้านี้ที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ถึง 2% สถานการณ์ที่
เกิดขึ้นในขณะนี้ยังทำให้เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงเกิดภาวะ Stagflation
          - ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) คาดการณ์ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของไทยจะขยายตัวเพียง 1.8% ในปี 
2569 จากสารพัดปัจจัยรุมเร้า ทั้งอุปสงค์โลกที่อ่อนแอลง วิกฤตราคาพลังงานจากสงครามตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ไปจนถึงช่วงรอยต่อทาง
การเมืองในประเทศ ก่อนที่จะค่อย ๆ ฟื้นตัวแตะ 2.0% ในปี 2570
          - รมว.คลัง ระบุว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันพรุ่งนี้ กระทรวงการคลังจะเสนอมาตรการช่วยเหลือประชาชน
ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วยการเติมเงินเพิ่มชั่วคราว และมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ วงเงินราว 3 หมื่นล้านบาท ครอบคลุมสินเชื่อ
สำหรับซื้อรถไฟฟ้า (EV) ติดตั้งโซลาร์เซลล์ และซื้อปุ๋ยราคาถูก เป็นต้น ขณะที่กระทรวงคมนาคม จะเสนอมาตรการช่วยเหลือกลุ่มประมง
และขนส่ง ส่วนกระทรวงพาณิชย์จะเสนอมาตรการดูแลราคาสินค้า รวมถึงจะเสนอปรับค่า K ให้กับผู้รับงานก่อสร้างภาครัฐ
          - YLG มั่นใจทองคำระยะยาวเป็นขาขึ้น คงเป้าหมาย 5,824 ดอลลาร์/ทรอยออนซ์ หรือ 90,000 บาทต่อบาททองคำ ภาย
ในไตรมาสที่ 4/69 ชี้แม้ระยะสั้นอาจพักฐานสะสมกำลังอีก 1 ครั้ง ซึ่งจะเป็นจังหวะในการเข้าซื้อเก็งกำไร จากจังหวะที่นักลงทุนโยกเงิน
สลับกับทำกำไรจากราคาน้ำมัน พบแม้ราคาปัจจุบันทรงตัวระดับสูงแต่ธนาคารกลางทั่วโลกยังเดินหน้าซื้อสะสม นำโดยธนาคารกลางจีนซื้อต่อ
เนื่อง 17 เดือน ขณะที่ประเทศหน้าใหม่เริ่มเข้าซื้อครั้งแรกในรอบหลายปี สะท้อนความมั่นใจต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยต่อให้แพง
แค่ไหนก็ยังซื้อต่อเนื่อง
          - ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เปิดเผยรายงาน "Asian Development Outlook" ระบุว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจ
ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียมีแนวโน้มชะลอตัวลง แม้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มที่จะเริ่มทรงตัวในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เนื่องจากผลกระทบจากสงคราม
ในตะวันออกกลางได้สร้างผลกระทบทั่วทั้งภาคอุตสาหกรรม ตั้งแต่ภาคการผลิตไปจนถึงการท่องเที่ยว
          - กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนว่า ความเสียหายทางเศรษฐกิจทั่วโลกที่เกิดจากสงคราม
ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล จะรุนแรงและยืดเยื้อยาวนาน พร้อมเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ เดินหน้ามาตรการเชิง
นโยบายที่ประสานสอดคล้องกัน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางที่กำลังกดดันเศรษฐกิจโลก