ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดปรับตัวลงในวันนี้ (13 เม.ย.) หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามได้ ส่งผลให้แนวโน้มการฟื้นตัวของตลาดหุ้นที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นเผชิญแรงกดดัน และเพิ่มความเสี่ยงที่ตลาดจะกลับมามีความผันผวนอีกครั้ง
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์เปิดตลาดที่ระดับ 47,718.21 จุด ลดลง 198.4 จุด หรือ -0.41% ขณะที่ดัชนี S&P500 เปิดตลาดที่ระดับ 6,806.47 จุด ลดลง 10.4 จุด หรือ -0.15% และดัชนี Nasdaq เปิดตลาดที่ระดับ 22,849.23 จุด ลดลง 53.7 จุด หรือ -0.23%
แรงกดดันต่อตลาดยังเกิดขึ้นพร้อมกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศมาตรการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ อีกทั้งการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์ได้สิ้นสุดลงโดยไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้
ปธน.ทรัมป์ยังระบุผ่านโพสต์บน Truth Social ว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ จะเริ่มกระบวนการปิดล้อมเรือทุกลำที่พยายามเข้าหรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซโดยมีผลทันที และมาตรการดังกล่าวจะเริ่มขึ้นในเร็ว ๆ นี้ โดยจะมีประเทศอื่นเข้าร่วมในมาตรการปิดล้อมครั้งนี้ด้วย พร้อมย้ำว่า อิหร่านจะไม่ได้รับอนุญาตให้แสวงหาผลประโยชน์จากการกระทำที่ผิดกฎหมายซึ่งเข้าข่ายการข่มขู่เรียกรับผลประโยชน์
ขณะเดียวกัน ความล้มเหลวของการเจรจาในกรุงอิสลามาบัดยังได้กระตุ้นความกังวลว่า สงครามกับอิหร่านอาจยืดเยื้อนานกว่าที่คาดไว้ ซึ่งอาจทำให้ราคาน้ำมันยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง และเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจทั่วโลก
ในบรรดาหุ้นรายตัว หุ้น Goldman Sachs เป็นหนึ่งในปัจจัยที่กดดันตลาด โดยราคาหุ้นร่วงลง 3% แม้ว่าธนาคารจะรายงานผลประกอบการโดยรวมที่แข็งแกร่ง แต่รายได้จากธุรกิจซื้อขายตราสารหนี้ออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้