ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่สามในวันนี้ (14 เม.ย.) ขานรับความหวังที่ว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะยังคงเดินหน้าเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อในขณะนี้
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดที่ระดับ 4,026.63 จุด เพิ่มขึ้น 38.07 จุด หรือ +0.95%
ตลาดหุ้นจีนดีดตัวขึ้นตามทิศทางตลาดหุ้นอื่น ๆ ในเอเชีย หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า คณะบริหารของรัฐบาลสหรัฐฯ ได้รับสายโทรศัพท์จากอิหร่านเมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ (13 เม.ย.) โดยอ้างว่าอิหร่าน "ต้องการทำข้อตกลงเป็นอย่างมาก" ขณะที่สื่อรายงานว่าสหรัฐฯ เองก็ส่งสัญญาณถึงความกระตือรือร้นในการบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ มีรายงานว่าประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ส่งสัญญาณพร้อมเปิดรับการเจรจาเพิ่มเติมหากสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นปัจจัยหนุนตลาด หลังจากที่ก่อนหน้านี้นักลงทุนมีความกังวลอันเนื่องมาจากการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ประสบความล้มเหลวในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเหตุให้สหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจจีนในวันนี้ สำนักงานศุลกากรจีน (GAC) เปิดเผยว่า ยอดส่งออกเดือนมี.ค.ของจีนเพิ่มขึ้นเพียง 2.5% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 8.6% สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มผู้ผลิตของจีนเผชิญกับต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์และพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น อันเนื่องมาจากสงครามในตะวันออกกลาง
ส่วนยอดนำเข้าเดือนมี.ค. พุ่งขึ้น 27.8% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งที่สุดในรอบกว่า 4 ปีหรือนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2564 ส่งผลให้จีนมียอดเกินดุลการค้าอยู่ที่ 5.1 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการเกินดุลมูลค่าน้อยที่สุดในรอบกว่า 1 ปี