สำนักข่าวฟาร์ส (Fars) สื่อกึ่งทางการของอิหร่าน รายงานวันนี้ (15 เม.ย.) โดยอ้างคำเตือนของผู้บัญชาการทหารระดับสูงว่า อิหร่านจะสกัดกั้นการนำเข้าและส่งออกสินค้าในพื้นที่อ่าวเปอร์เซีย ทะเลโอมาน และทะเลแดง หากสหรัฐอเมริกายังคงเดินหน้าปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน
อาลี อับดอลลาฮี ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางคอตัม อัล-อันบิยา ซึ่งเป็นหน่วยบัญชาการรบหลักของอิหร่าน กล่าวถ้อยแถลงดังกล่าวเพื่อประณามสหรัฐฯ ที่ปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ สกัดไม่ให้เรือสินค้าผ่านเข้าออกท่าเรือของอิหร่านได้
หากสหรัฐฯ "ยังดึงดันที่จะปิดล้อมทางทะเลอย่างผิดกฎหมายในภูมิภาคนี้ต่อไป และคุกคามความปลอดภัยของเรือพาณิชย์ตลอดจนเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน การกระทำดังกล่าวจะถือเป็นชนวนนำไปสู่การฉีกข้อตกลงหยุดยิง และกองทัพอันเกรียงไกรของอิหร่านจะระงับการนำเข้าและส่งออกทั้งหมดในอ่าวเปอร์เซีย ทะเลโอมาน และทะเลแดง" อับดอลลาฮีกล่าว
อับดอลลาฮีย้ำด้วยว่า อิหร่านพร้อมใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สหรัฐฯ ประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซเพื่อสกัดไม่ให้เรือเข้าถึงท่าเรือต่าง ๆ ของอิหร่าน โดยมาตรการนี้เริ่มมีผลบังคับใช้หลังจากเวทีเจรจาสันติภาพระหว่างสองประเทศที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ประสบความล้มเหลวเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน
การเจรจาดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ (11 เม.ย.) และเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (12 เม.ย.) สืบเนื่องจากข้อตกลงหยุดยิงระยะเวลา 2 สัปดาห์ระหว่างอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล ที่เริ่มมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย.
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 28 ก.พ. อิสราเอลและสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศร่วมกัน ถล่มกรุงเตหะรานและอีกหลายเมือง สังหาร อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านในขณะนั้น รวมถึงผู้บัญชาการทหารระดับสูงและพลเรือนจำนวนมาก อิหร่านจึงตอบโต้ด้วยการระดมยิงขีปนาวุธและส่งฝูงโดรนถล่มเป้าหมายในอิสราเอล ตลอดจนฐานที่มั่นของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง พร้อมทั้งคุมเข้มช่องแคบฮอร์มุซ โดยสั่งห้ามเรือทุกชนิดที่มีความเชื่อมโยงกับอิสราเอลและสหรัฐฯ แล่นผ่านโดยเด็ดขาด